Suki Media

Archive for the ‘บันเทิงเริงรมย์’ Category

     าดู Ad ของเมืองนอกกันหน่อยครับ เขามีไอเดียโฆษณาที่มักจะรวมเรื่องราวเกี่ยวกับ “เพศ” เข้ามาผสมอยู่ด้วย สอดคล้องกับบทความชิ้นหนึ่งที่ผมได้อ่านผ่านตามาเมื่อไม่กี่วันมานี้ ที่ตั้งคำถามถึงสื่อในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นงานโฆษณา ภาพยนตร์ โทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ หรืออินเทอร์เน็ต คือเรียกว่าทุกสื่อนั่นแหละ ว่าจะขายสินค้าไม่ออกหรืออย่างไร ถ้าไม่เอาเรื่องเพศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

     และ Ad ที่ผมนำมาให้ดูกันนี้ ก็บอกถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและต่างชาติได้เป็นอย่างดี ซึ่งผมเชื่อว่าคนในแวดวงโฆษณาบ้านเราก็น่าจะซึมซับความคิดเหล่านี้มาจากต่างชาติไม่น้อยเลยทีเดียว ทุกวันนี้ผมจึงเห็น Ad ในเมืองไทยส่อไปในแนวทางนี้บ่อยเหลือเกิน

     คำถามที่ต้องโยนกลางวงคนโฆษณาก็คือ ทำ Ad แบบนี้ก็ดูฮาและน่าดึงดูดี แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ คุณจะขายสินค้าไม่ออกหรือ?

     รูปข้างล่างนี้ ให้ดูเป็นไอเดียครับ…อย่างที่บอกแหละ…อย่าคิดลึกเกินกว่าที่ Ad มันต้องการจะขายสินค้า

     อีกทีครับ…อย่าคิดลึกเป็นอันขาด!!!

     ถ้าหนัง 7 เรื่องนี้ได้ออสการ์เมื่อไหร่ เป็นเรื่องแน่ๆ ครับ

     เพิ่งกลับจากตรังมาครับ ได้ไปร่วมงานวิวาห์ใต้สมุทรที่หาดปากเมง เมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 11 แล้วที่มีคู่บ่าวสาวมาจดทะเบียนกันใต้ท้องทะเล แต่ปีนี้พิเศษตรงที่มีคู่บ่าวสาวมาร่วมงานมากถึง 80 คู่ทีเดียว เพราะเป็นการเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา

     งานนี้คึกคักทีเดียว คู่บ่าวสาวมีทั้งวัยเอ๊าะๆ จนถึงวัยกลางคนปลายๆ เลยครับ บางคู่จูงลูกมาร่วมงานด้วยก็มี และก็มีบางคู่ที่ดูเหมือนไม่ใช่บ่าวสาว แต่เหมือนเป็นเพื่อนกันมากกว่า มาร่วมสนุกในกิจกรรมที่ทางจังหวัดตรังเขาจัดขึ้นในปีนี้เช่นกัน แปลกดีครับ

     วันแรก (13 ก.พ.) คู่บ่าวสาวเดินเรียงแถวลงจากรถ เพื่อเตรียมเข้าขบวนพาเหรดที่ศาลากลางจังหวัดตรัง

     ในระหว่างที่บ่าวสาวเดินพาเหรด ก็มีเด็กนักเรียน ชาวบ้าน และสื่อมวลชนมากมาย มารอดูและโบกธงต้อนรับด้วย เหมือนกับต้อนรับนักกีฬาโอลิมปิคเลยครับ

     แถวยาวเหยียดขนาดไหนก็ลองดูจินตนาการดูเอานะครับ

     วันรุ่งขึ้น (14 ก.พ.) ก็เป็นวันที่จัดพิธีจดทะเบียนใต้สมุทร บ่าวสาวทุกคู่จะมารวมกันที่หาดปากเมงเพื่อนั่งเรือออกจากชายฝั่งไปประมาณ 7 กิโลเมตร ไปดำน้ำยังจุดที่จัดไว้ และมีการถ่ายทอดสดจากใต้น้ำมาให้ชมกันด้วย

     สำหรับคู่บ่าวสาวที่ดำน้ำไม่เป็น ก็จะพายเรือไปจดทะเบียนกันกลางทะเลครับ

     วิวทิวทัศน์ระหว่างนั่งเรือไปจุดดำน้ำ สวยงามตระการตาจริงๆ ครับ

     เจ้าสาวกำลังเตรียมโดดน้ำตามเจ้าบ่าวไป

     บ่าวสาวแต่ละคนจะมีครูฝึกคอยดูแลตลอดการดำน้ำด้วยเพื่อความปลอดภัย แม้บางคู่จะมีประสบการณ์การดำน้ำมานานก็ตาม

     และตอนค่ำก็มีงานจัดเลี้ยงกันริมชายหาดราชมงคลฯ บรรยากาศสวยงามและโรแมนติคสุดๆ ครับ มีการจัดเวทีริมชายหาด โปรเจคเตอร์ และแสดงแสงสีเสียงกันอย่างเต็มที่

     ก่อนจบงานมีการปล่อยโคมยี่เป็งและจุดพลุอย่างยิ่งใหญ่ เรียกว่าคู่รักและแขกที่มาในงานต่างซาบซึ้งกินใจไปไม่รู้ลืมแน่นอน

     และที่ขาดไม่ได้ในงานนี้ก็คือหมูย่างเมืองตรัง ใครไปตรังห้ามพลาดกับเมนูนี้ครับ รสชาติหมูย่างที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น ออกหวานๆ เพราะปรุงรสเรียบร้อยแล้ว เนื้อในนุ่ม หนังกรอบ กินเปล่าๆ โดยไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มเลย แต่บางคนก็บอกว่าไม่อร่อยอย่างที่คิด อาจเป็นเพราะตั้งความหวังสูงเกินไปมั้ง

     งานนี้สนุกพอสมควร แต่ที่น่าหงุดหงิดก็หนีไม่พ้นเรื่องสนามบินอีกเช่นเคย จะที่ไหนล่ะครับ ก็สุวรรณภูมิตัวดีเนี่ยแหละ ต้องบอกก่อนว่าส่วนตัวผมชอบสุวรรณภูมิเป็นทุนเดิม ใครจะเกลียดจะชังอย่างไรก็แล้วแต่ ผมยืนยันว่าชอบที่นี่มากกว่าดอนเมือง เพราะปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ได้มาจากตัวมันเอง แต่มาจากการทุจริตของคนบางกลุ่มบางพวก ที่ทำระยำตำบอนได้ทุกอณูของสนามบินแห่งนี้ต่างหาก

     และการเดินทางคราวนี้ สุวรรณภูมิก็สร้างความหงุดหงิดให้กับผมอีกเช่นเคย ปวดฉี่แล้วอยากเข้าห้องน้ำ แต่ต้องมารอคิวยาวเหยียดแบบนี้ก็ไม่ไหวจริงๆ เพราะหนุ่มๆ คงรู้ใช่ไหมครับว่าห้องน้ำชายมีโถฉี่แค่ 3 โถเท่านั้น!

     แถมน้ำก็ไหลเอื่อยอย่างกับเยี่ยวมด ก๊อกแรกน้ำไหลแบบภาพข้างล่าง ผมเลยต้องย้ายไปอีกก๊อกแต่ปรากฏว่ายิ่งแล้วใหญ่…น้ำไหลมา 2 หยด

     ขณะที่สนามบินประจำจังหวัดกระบี่ ดูแตกต่างอย่างสิ้นเชิง โอ่โถง สวยงาม และห้องน้ำเหลือเฟือจริงๆ โถฉี่เพียบบบบบบ!

     คิดแล้วเซ็ง จนป่านนี้ผมยังไม่เห็นห้องน้ำในสุวรรณภูมิปรับปรุงแก้ไขอะไรเลย ที่บอกว่าจะทำเพิ่มอีก 200 จุด ก็ไม่เห็นโผล่มาแม้แต่โถเดียว…เศร้า

     ใครอ่านหนังสือพิมพ์บันเทิงเช้าวันนี้ เป็นต้องเห็นภาพดาราใหม่คนหนึ่งที่ชื่อ เอมี่-โชติรส สุริยะวงศ์ โชว์หราอยู่บนหน้าหนึ่งของหลายฉบับอย่างแน่นอน ภาพที่เห็นไม่ผิดความคาดหมายเท่าไหร่ เพราะดาราที่เข้าร่วมงานประกาศรางวัลต่างๆ อย่างงานนี้ก็รางวัลสุพรรณหงส์ มักจะแต่งตัวมาประชันกันอยู่แล้ว แต่ที่น่าสนใจคือมีข่าวว่าเธอหอบเสื้อผ้าชุดที่ใส่ในงาน มาแถลงไขและแก้ข่าวที่ว่า “โนชุดชั้นใน”

     ผมเห็นบทสัมภาษณ์ของเธอใน ผู้จัดการออนไลน์ แล้วก็อดนึกเวทนาไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเธอแต่งตัวเช่นนี้ แต่เพราะเมื่อกล้าแต่งแล้ว แต่ไม่กล้ายอมรับผลที่ตามมาต่างหาก เธอบอกว่าชุดของเธอมีการป้องกันเอาไว้ด้วย “ตะปิ้ง”

     “ตอนนี้มันแย่นะพี่ เสียน้ำตาไปเยอะแล้ว ย่ำแย่สุดๆ ค่ะ คือมันไม่ใช่เรื่องจริงน่ะค่ะ อย่างที่คุยไปแล้วไม่ว่างานไหนดาราเขามีเซฟอยู่แล้ว เวลาให้สัมภาษณ์ก็บอกว่ามีเซฟค่ะ ข้างบนคือแปะซิลิโคนเอาไว้ ข้างล่างเนี่ยแปะเทปกาวเอาไว้ แปะซิลิโคนไม่ได้ คือตะปิ้งเนี่ยให้ช่างตัดเฉพาะของมันเองเลย สังเกตุดูว่าผ้าก็จะเหมือนกับชุด ให้ช่างตัดมาเองเลย แล้วเท่าที่ทราบมาเนี่ย เห็นเป็นดำๆ เงาๆ ก็อันนี้แหละค่ะ มันคือตะปิ้ง”

     เอมี่บอกอีกครับว่า “ทีแรกที่บอกว่าไม่ได้ใส่ชุดชั้นในอันนี้ใช่ ก็เรื่องจริง แต่คือช่วยๆ พี่ๆ นักข่าวเขา พี่ๆ จะได้มีอะไรเขียนกันด้วย พอบอกๆ ไม่ได้ใส่ เพราะเรามั่นใจว่ามันไม่มีหลุดเข้าใจมั้ยคะ ถ้าจะเขียนข่าวที่คิดไว้คือ โนชุดชั้นใน เว้าตรงนั้นตรงนี้ มันก็แค่นั้น แต่ดันมีเรื่องโผล่พลอมแพลมมาอีก ก็เลยแบบไม่ไหวน่ะค่ะ ต้องมาชี้แจงยอมไม่ได้แน่นอน”

     ผมอ่านแล้วก็งงว่า ตกลงใส่ตะปิ้งหรือไม่ได้ใส่กันแน่ ซูมรูปดูแล้วดูอีกก็มองไม่เห็นสายตะปิ้งตรงไหน อย่างไรก็ตาม เอมี่ยืนยันว่า ไม่มีอะไรแพลมออกมาแน่นอน เพราะเป็นคนขนน้อยและทำแว็กซ์มาด้วย ถ้าใครเห็นแสดงว่าโม้แน่ๆ และถ้าใครตีพิมพ์ภาพของเธออีก จะฟ้องแน่นอน

     “เพราะฉะนั้นทั้งชุด ทั้งเรื่องที่บอก มันยากค่ะที่จะมีภาพหลุดในลักษณะที่ว่า ซึ่งถ้ามีการตีพิมพ์ฟ้องแน่นอนค่ะ ไม่ยอม เอาให้ถึงที่สุดแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการปรึกษากับเพื่อนๆ แล้ว เพื่อนบอกว่าฟ้องได้หมดไม่ว่าจะเป็นจริงไม่จริงก็แล้วแต่ คือเขาอาจจะไม่ลงตรงๆ เพราะมันลงไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าทำเป็นภาพเราแล้วแบบปิดๆ เอาอะไรมาบังๆ แล้วเขียนอธิบายไปในทำนองที่ว่าเป็นภาพหลุดซึ่งจะหลุดจริงหรือเปล่าไม่รู้ ฟ้องค่ะ ฟ้องแน่นอน…”

     “ตัวเอมี่เองไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ ทำงานไปเรียนไปแต่เด็ก เจออะไรมาเยอะมากแล้ว อายุแค่นี้ก็จริงแต่เจออะไรมาเยอะ ก็คือตัวเอมี่แทบไม่รู้สึกแล้วนะ เสียใจมั้ยเสียใจ แต่มันต้องหาทางแก้ มองอะไรตามความจริง ต้องสู้และเผชิญหน้า แต่เป็นห่วงจิตใจพ่อกับแม่..(ร้องไห้) เราเป็นเด็กไม่ดีมาก่อน เพราะฉะนั้นเนี่ยทำไมนะ เหมือนทำดีไม่ค่อยขึ้น ก็อยากจะให้เจ้ากรรมนายเวรอย่าจองล้างจองผลาญกันนักเลย อโหสิกันบ้าง”

     ดูเหมือนเอมี่ก็พอจะเข้าใจธรรมชาติของการทำข่าวอยู่บ้าง ว่านักข่าวต้องการอะไร แต่น่าจะเข้าใจถึงวัฒนธรรมข่าวบันเทิงและยอมรับถึงผลที่ตามมาด้วย ถ้าคิดจะกล้าใส่ให้นักข่าวมีข่าวเขียน ก็ไม่ต้องกลัวที่จะทำให้พ่อแม่เสียใจ ถ้าคิดจะไม่ใส่ชั้นในอะไรเลย ก็ไม่ต้องกลัวอะไรมันแพลมออกมา

     ต้องยอมรับว่ามีนักข่าวบางพวกเหมือนกันที่เขียนข่าวเกินจริง แต่ถ้าเอมี่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าข่าวที่อ่านเจอเป็นข่าวโคมลอย ก็ฟ้องร้องไปตามกระบวนการ ไม่ใช่มาฟ้องร้องมิให้เผยแพร่ภาพอีก

     ที่สำคัญ จะฟ้องไปให้มันได้ประโยชน์อะไร ในเมื่อยืนแอ็คท่าให้ช่างภาพถ่ายอย่างหน้าชื่นตาบานเช่นนั้น คิดจะเป็นอาหารตาให้คนดู ก็กล้าๆ หน่อย!


Blog Visits

  • 152,468 hits