Suki Media

มารยาทเบื้องต้นของการเป็นสื่อไซเบอร์

Posted on: วันเสาร์, 5 พฤษภาคม, 2007

     ตั้งแต่เขียน blog ของ wordpress มาได้ครึ่งปีกว่าๆ ผมไม่เคยแสดงความคิดเห็นส่วนตัวอย่างชัดเจนนัก ส่วนใหญ่สอดแทรกความคิดเห็นในบทความ หรืออาจจะแทรกในคอมเมนท์ที่ไปวางไว้ใน blog ของคนอื่นๆ บ้างก็เท่านั้นเอง วันนี้เลยอยากถือโอกาสใช้พื้นที่นี้เปิดใจสักนิดครับ

     …ก่อนที่อะไรๆ จะเปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้

     และก็ช่วยไม่ได้ครับ ที่ผมไม่ได้มีชื่อเสียงหรือโด่งดังอะไรมากมาย ก็เลยต้องสัมภาษณ์ตัวเองลงใน blog ของตัวเองอย่างนี้แหละครับ

คุณเขียน blog มานานหรือยัง?

     ประมาณ 7 ปีก่อนครับ ตั้งแต่เล่นพันทิบใหม่ๆ เข้าไปตอบกระทู้อยู่ในคลับเฉลิมไทย จนรู้จักกับคนในนั้นพอสมควร หนึ่งในคนที่เล่นคลับเหลิมมานาน ก็ชวนไปเขียนในเว็บของเขา เขียนได้สักพักก็ย้ายไปเขียนที่ diaryhub เขียนจนเว็บมาสเตอร์เขาทะเลาะกัน เว็บปิดตัวไปสักพักใหญ่ๆ ก็เลยต้องย้ายไปเขียนที่ exteen ต่อ แต่เผอิญว่าช่วงนั้นก็ยุ่งๆ ด้วยครับ เลยเขียนบ้าง ไม่เขียนบ้าง บางเดือนเขียนแค่ 2 ครั้งเอง อาจเป็นเพราะว่าเรื่องที่ผมเขียนมันไม่ถูกจริตคนในเว็บด้วยมั้งครับ คนเลยอ่านน้อย

เขียนเรื่องอย่างทุกวันนี้น่ะเหรอ?

     ใช่ครับ เขียนหนักๆ แบบนี้ล่ะครับ บางคนบอกว่าอ่านแล้วเครียด บางคนบอกว่าอ่านแล้วเข้าใจง่าย ผมก็ไม่รู้จะยึดนิยามไหนดี คิดแต่ว่าเขียนแบบที่ตัวเองชอบเท่านั้น

     พอคนอ่านน้อย เขียนก็ไม่ค่อยบ่อยเท่าไหร่ ก็เลยหยุดไปช่วงหนึ่ง จนกระทั่งไปมีโอกาสทำนิตยสารอยู่พักหนึ่ง แล้วเจ๊ง ไปไม่รอด เพราะสปอนเซอร์ไม่เข้าเลย ก็เลยมาได้ความคิดว่า…เอ งั้นมาทำแม็กกาซีนออนไลน์ดีกว่า ประหยัดและปลอดภัยกว่า เลยคิดจะทำเว็บเอง

     แต่เพื่อนคนหนึ่งแนะนำให้ทำเป็น blog เพราะมันกำลังจะเป็นที่นิยม จริงๆ blog เนี่ย มันนิยมมานานแล้วครับในเมืองนอก ส่วนเมืองไทยเองก็มีอยู่หลายเว็บ อย่างพวกเว็บไดอารี่นี่ก็ใช่ แต่ก็นิยมกันในเฉพาะกลุ่มคนชอบเขียนไดอารี่ ส่วนคนที่เขียนบทความจริงๆ มีไม่เยอะเท่าไหร่ ผมก็เลยคิดว่า…เออ ดีเหมือนกัน น่าจะลองทำดูบ้าง

แล้วทำไมถึงมาที่ wordpress และ oknation ล่ะ?

     คือทีแรกยังไม่อยากลงทุนทำเว็บเอง และตอนนั้น oknation ยังไม่เกิด ผมก็ลองหาเว็บบล็อกดีๆ ของต่างประเทศ เพราะของในเมืองไทยส่วนใหญ่จะเป็นไดอารี่ ก็ไปเจอ blogger.com กับ wordpress.com เลือกไม่ถูกครับว่าจะเอาอันไหนดี มันมีฟังก์ชั่นดีไปคนละแบบ ก็เลยเขียนมันทั้งสองแห่งเลย อัพเดทพร้อมกัน แต่เขียนไปเขียนมาก็พบว่า wordpress เจ๋งกว่า เลยหยุดอัพ blogger ไป

     ทีนี้พอเนชั่นจะเปิด oknation เขาก็ให้พนักงานลองเข้าไปสมัครใช้งานดูก่อน ผมก็เลยสมัครและก็อัพเดทไปพร้อมๆ กับที่ wordpress ด้วย และก็เขียนมาจนทุกวันนี้

เท่าที่เขียนมา ผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง?

     ถ้าในแง่ของจำนวนผู้เขียน wordpress ก็ใหญ่กว่า เพราะคนใช้ทั่วโลก มีนักเขียนหลายชาติหลายภาษา แต่ oknation จะเป็นคนไทยและใช้ภาษาไทยเขียนเสียส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้น ถ้าพูดถึงจำนวนคนอ่าน oknation ก็จะเยอะกว่า เพราะกลุ่มเป้าหมายชัดเจน ขณะที่ wordpress มันเหมือนเราเขียนแล้วโยนลงไปในมหาสมุทร กว่าคนจะมาเจองานของเราก็ค่อนข้างยาก

แต่ทุกวันนี้ก็ยังเขียน 2 ที่อยู่?

     ใช่ครับ อัพเกือบจะพร้อมกันเลย ยกเว้นว่าบทความที่เขียนขึ้นสำหรับกลุ่มผู้อ่านที่ไหน ก็จะอัพเฉพาะที่นั่น อย่างเรื่อง “พฤติกรรม blogger ของ oknation” ก็อัพที่ oknation อย่างเดียว แต่เราก็ยังรักษาผู้อ่านที่ wordpress อยู่ เพราะเขียนที่นั่นมาก่อน ถึงแม้คนอ่านจะน้อยกว่า oknation ก็ตาม

มีปัจจัยอื่นอีกมั้ยที่คนอ่าน wordpress น้อยกว่า oknation?

     น่าจะเป็นเรื่องการประชาสัมพันธ์ด้วยมั้ง ทั้งการประชาสัมพันธ์ของเนชั่นเอง และการประชาสัมพันธ์ของผมเองด้วย มีหลายคนบอกผมว่าเนชั่นโหมประชาสัมพันธ์ oknation เหลือเกิน ดูเว่อร์ๆ ยังไงชอบกล ทั้งๆ ที่เว็บอื่นก็ไม่เคยโปรโมทขนาดนี้ ผมว่ามันก็แล้วแต่มุมมอง รวมถึงแล้วแต่ความสำคัญของสื่อด้วยว่า ณ เวลานี้ เขาเน้นอะไรเป็นสำคัญ

     ส่วนใหญ่คนก็จะคิดว่า สื่ออินเทอร์เน็ตเป็นแค่สื่อกระแสรอง ยังไงคนก็ยังดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือพิมพ์ มันก็ถูกครับ แต่อนาคตมันไม่ใช่ และถ้าเราไปโหมประชาสัมพันธ์กันตอนนั้น ก็คงไม่ทันแล้ว

แล้วที่คุณบอกว่าไม่ได้ประชาสัมพันธ์ตัวเองด้วย หมายความว่ายังไง?

     อ๋อ…ก็หน้าเว็บของ wordpress จะมีจัดอันดับเรื่องเด่นๆ หรือ blog เด่นๆ แค่นิดเดียว ไม่มี directory ของ blog ทั้งหมดให้ดู ก็เลยไม่รู้ว่าจะไปหาของใครอ่านได้ที่ไหนบ้าง ก็ต้องตามๆ จากลิงค์ของคนที่เข้ามาคอมเมนท์บ้าง หรือจาก blogroll ของคนอื่นบ้าง

     เพราะฉะนั้น ถ้าผมไม่ค่อยได้เข้าไปคอมเมนท์ blog ของคนอื่น คนก็จะไม่รู้ว่ามี blog ผมอยู่ในโลกนี้ด้วย และผมก็เป็นคนไม่ค่อยเข้าไปคอมเมนท์ blog คนอื่นจริงๆ นั่นแหละ

ทำไมล่ะ?

     มันไม่ค่อยมีโอกาสน่ะ จากทั้งการงาน จากพฤติกรรมของผม หรือคนเขียน blog ด้วยกันเอง อย่างการงานที่ผมทำอยู่ มันไม่ได้นั่งอยู่หน้าคอมฯ ตลอดเวลา ตื่นตั้งแต่เช้ามืด ตี 4 ไปทำงาน แล้วก็ออกไปทำข่าวตอน 8-9 โมงเช้า กลับเข้าออฟฟิสอีกทีตอนบ่ายๆ ก็นั่งเขียนข่าวไปจนถึงบ่ายสามก็กลับบ้านไปนอนพักแล้ว ตื่นอีกทีมากินข้าวเย็น อาบน้ำ ทำธุระส่วนตัวอะไรไป แป๊บเดียวก็ต้องนอนอีกแล้ว ไม่งั้นตื่นไม่ไหว

     ยกเว้นว่าวันไหนฟิตมากๆ ก็ไม่นอนตอนเย็น ก็นั่งเปิดเน็ตดูนู่นดูนี่ไป เข้าไปอ่าน blog คนอื่นบ้าง แล้วทีนี้จำนวนบทความของ blog ก็เยอะมหาศาลอีก นอกจากผมจะอ่านที่ wordpress แล้ว ยังมีที่ oknation ด้วย และคิดดู…วันๆ หนึ่งเนี่ย มีคนอัพกันทีกี่บทความ อย่างของ oknation ถ้าผมจำไม่ผิด 300 กว่าเรื่องมั้ง ใครจะไปตามอ่านไหว เอาเฉพาะเรื่องที่สนใจก็เป็นสิบเรื่องแล้ว แต่อ่านจริงๆ มีแค่ 2-3 เรื่องเท่านั้น

แล้วที่บอกว่าไม่ค่อยเข้าไปคอมเมนท์ เพราะพฤติกรรมของตัวเองและ blogger คนอื่นๆ ล่ะ?

     ก็นี่แหละครับ ที่อธิบายไป คือตัวเองไม่ค่อยมีโอกาสเข้าไปเต็มที่นัก ส่วนคนอื่นก็เขียนเรื่องเยอะมาก อัพกันจนอ่านไม่ทัน แต่มีอีกเรื่องที่อาจจะเกี่ยวด้วยก็คือ ผมไม่อยากอยู่หน้าจอคอมฯ นานเกินไป เพราะถ้านับเวลากันจริงๆ แล้ว แค่ผมอยู่หน้าจอเพื่อเขียนบทความ อ่านข่าว หาข้อมูล บันเทิง ฯลฯ ก็ปาเข้าไปหลายชั่วโมง บางทีเขียนเรื่องตัวเองเสร็จก็แทบอยากจะปิดคอมฯ ไปนอนเสียให้รู้แล้วรู้รอดเลย นี่ยังไม่นับเวลานั่งหน้าจอเขียนข่าวที่ออฟฟิสด้วยนะ

เป็นอะไรล่ะ กลัวรังสีจากมอนิเตอร์เหรอ?

     เปล่าครับ อยากทำอย่างอื่นบ้าง ในชีวิตมีอะไรให้ทำตั้งเยอะตั้งแยะ อย่างอ่านหนังสือ ดูหนัง ถ่ายรูป ไปเที่ยวต่างจังหวัด โอ้ย…เยอะครับ ถ้ามัวแต่นั่งหน้าจอคอมฯ ก็อดทำอย่างอื่น การเขียน blog เป็นแค่ส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งในชีวิตผมเท่านั้นเอง

หมายความว่าอะไร หมายถึงการเขียน blog ไม่สำคัญมากนักเหรอ?

     สำคัญในแง่ไหนล่ะ ทุกวันนี้ผมให้ความสำคัญกับมันก็แค่จรรโลงจิตใจ เพราะเป็นความอยากส่วนตัวเท่านั้น และผมเชื่อว่าส่วนใหญ่คนที่เขียน blog ก็คงคิดคล้ายๆ กัน คือเขียนเพื่อตอบสนองความต้องการในการแสดงความคิดเห็นของตัวเอง ไม่ได้ต้องการผลตอบแทนเป็นตัวเงินอะไร เขียนฟรีกันทั้งนั้น

     แต่บางคนอาจเขียนเพราะมีวัตถุประสงค์อื่นก็ได้นะ ผมไม่รู้เหมือนกันว่ามีมากน้อยแค่ไหน แต่ก็คงมีบ้างเป็นธรรมดา ทุกวงการแหละครับ มีแอบแฝงกันได้ทั้งนั้น สมัยผมเล่นที่พันทิบใหม่ๆ ก็มีเข้ามาป่วนบอร์ด เข้ามาสร้างความรำคาญ วุ่นวาย ซึ่งตรงนั้นก็เป็นหน้าที่ของเว็บมาสเตอร์ที่ต้องหาทางแก้ไข หรือบางครั้งคนในบอร์ดเองก็ช่วยๆ กัน

     จริงๆ ผมก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับพวกนี้มากนัก เพราะแต่ละคนก็คงมีหน้าที่แตกต่างกันไป คนที่ชอบเขียนก็เขียนไป คนที่ชอบอ่านก็อ่านไป ใครชอบป่วนก็ป่วนไป ใครควบคุมดูแลก็ทำหน้าที่กันไป ก็สนุกๆ ครับ ไม่ซีเรียสมากนัก ยกเว้นถ้ามันไม่ถูกกาลเทศะจริงๆ ก็ต้องแนะกันบ้าง เพราะอย่างน้อยก็ต้องให้เกียรติเจ้าของ blog มันเป็นกติกาของสังคมน่ะ ไม่ว่าจะเป็นโลกจริงหรือโลกเสมือน

แต่ blog ก็ถือว่าดีกว่าเว็บอร์ดเยอะนะ เพราะมีฟังก์ชั่นให้ทำอะไรได้เยอะกว่า อาจมาช่วยตรงนี้ได้?

     อ่าใช่ เจ้าของ blog สามารถดูจำนวนคนเข้ามาอ่านได้ เช็คเรตติ้งได้ แม้มันจะไม่ค่อยได้ข้อมูลที่แม่นยำมากนัก แต่ก็พอถูไถครับ หรือจะดูเสียงตอบรับจากคอมเมนท์ เปลี่ยน theme ฯลฯ อย่างของ wordpress นี่ต้องถือว่าครบเครื่อง เช่น มีสถิติจำนวนคนอ่านย้อนหลังถึง 30 วัน วาดเป็นกราฟให้ดูเลย จะเห็นชัดว่าช่วงวันไหนมีคนเข้าเยอะ เข้าน้อย อาจะนำมาวิเคราะห์กลุ่มคนอ่านได้ หรือบอกด้วยว่าคนที่เข้ามาดู blog เรานั้น เขามาจากเว็บอะไร และมีใครสร้างลิงค์ blog ของเราในเว็บเขาบ้าง เรียกว่าละเอียดสุดๆ

     อีกอย่างหนึ่งที่ผมเห็นว่าเป็นฟังก์ชั่นที่ดีสำหรับ blog ก็คือ การกรองคอมเมนท์ ซึ่งถ้าเป็นเว็บบอร์ดจะไม่มี จะเป็นหน้าที่ของเว็บมาสเตอร์ที่ต้องคอยควบคุมเท่านั้น แต่ blog นั้น คุณสามารถควบคุมเองได้ จริงๆ blog ของ oknation ยังไม่มีฟังก์ชั่นนี้อย่างเป็นชิ้นเป็นอันมากนัก เพียงแต่เจ้าของ blog สามารถลบคอมเมนท์ที่ดูไม่เหมาะสมออกไปได้ ต่างจาก wordpress ที่มีระบบกรอง spam หรือกรองคำไม่เหมาะสมออกได้ด้วย

มันจำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ ที่ต้องมีฟังก์ชั่นกรองคอมเมนท์?

     มันไม่จำเป็นเลยถ้าทุกคนเคารพกฎกติกาของสังคมไซเบอร์ แต่หลายคนก็ทำไม่ได้ ก็มีการเข้าไปโฆษณาบ้าง ถ้าโฆษณาครั้งสองครั้ง หรือประโยคสองประโยคก็พอทำเนา แต่บางครั้งโฆษณาเป็นสิบบรรทัด แถมมาบ่อยด้วยเนี่ย เราก็คงไม่อยากให้ blog เราเป็นเว็บขายยาลดความอ้วนหรือขายยาปลุกเซ็กซ์หรอก ใช่มั้ยครับ

     หรืออย่างบางคนเข้ามาด่าคำหยาบ ที่อาจจะแอบเลี่ยงๆ ใช้ – หรือ . เซ็นเซอร์เอาไว้เพราะกลัวเราลบหรืออะไรก็ไม่ทราบได้ แต่ก็อ่านออกว่าต้องการสื่อถึงคำไหน เช่น พวก f-word เป็นต้น หรือบางครั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็นแบบ…กูเก่งมาก พ่อกูเป็นศาสตราจารย์สติเฟื่องมาก กูเลยมีดีเอ็นเอติดมาด้วย ทำให้กูรู้มากเลย อยากโชว์พาว อันนี้ผมไม่ว่านะครับ ปล่อยให้โชว์ไป แต่ถ้ามาสำแดงพลังบ้า พาดพิงผู้อื่นหรือพาดพิงใครอย่างไร้เหตุผล ผมก็ไม่ปล่อยไว้

ไม่ปล่อยไว้นี่ทำยังไง?

     โอ๊ย…ผมจะไปทำอะไรมันได้ ให้ไปตามฆ่ามันเหรอ คงเจอหรอก คนพวกนี้เก่งแต่ในเว็บครับ เพราะฉะนั้นขั้นแรกผมก็คงขอร้องให้เขาทำตามกติกาของสังคม เช่น ขออย่าใช้คำหยาบ ขออย่าพาดพิงบุคคลอื่นโดยเฉพาะสถาบันเบื้องสูง ขออย่าหมิ่นประมาทผู้อื่น ขออย่าวิจารณ์คนอื่นแบบไม่มีข้อมูลหรือไร้เหตุผล ไม่ใช่สักแต่วิจารณ์แบบชุ่ยๆ ซึ่งผมว่าเรื่องพวกนี้เป็นมารยาททางสังคมนะครับ ถ้าใครมีพ่อมีแม่ก็คงรู้มาตั้งแต่เล็กแต่น้อยแล้วครับ ไม่ต้องให้ผมมาสอนอีกครั้งหรอก

โอ้ววว…ซี้ดดดด?

     เป็นไร…เผ็ดเหรอ

ป่าว…ปวดขี้ เดี๋ยวไว้มาต่อวันหลังละกันนะ

     บายๆ

Advertisements

7 Responses to "มารยาทเบื้องต้นของการเป็นสื่อไซเบอร์"

มามุขนี้เลยนะพี่

ถ้าอยากดูblog ที่ไม่ประชาสัมพันธ์ตัวเอง(ในความหมายแบบเดียวกับที่พี่เขียน)
ไม่ใช่ wordpressและoknation
ไม่สามารถดูได้ว่าคนเข้ามาดูเยอะช่วงไหน(555 ถ้าจะดูต้องเสียเงินเพื่อฟังค์ชั่นนี้ Y-Y )
ขอเชิญมาที่ http://justtalky.podbean.com
blog ที่ไม่ต้องคอยห่วงเรื่องspamคอมเม้น
…เพราะตั้งแต่เปิดมา คอมเม้นยังไม่ถึง 10 คอมเม้นท์เลย 555

เอออ…ตั้งแต่เข้าไปดูก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่า blog ดีๆ มีคลิปให้ดูแบบนั้น ทำไมไม่มีคนเข้าไปดูกัน

ก็พอรู้แหละ…ยังไงเรื่องการตลาดและประชาสัมพันธ์ก็จำเป็น

เริ่มได้ดีมาก จบกันแบบว่า.. เอ่อ.. ไปบ้างได้ไหม.. จะตามไปอิ่ม.. ๕๕๕

ทำให้รู้ด้วยว่ามี oknation ไม่เคยรู้มาก่อน เพราะว่า เวลาหาใน google.. เว็บ oknation มันไม่ขึ้นนี่นา.. ใช่ไหม

เมื่อก่อนอ่านใน wordpress แต่คราหลัง อ่านใน oknation ซะเป็นส่วนใหญ่เพราะจะได้อ่าน blog ข่าวคราวอื่นๆ ด้วย
บทเขียนความข่าวน่าติดตามและรู้สึกนิยมชมชื่นชอบ..เป็นสุกี้ที่อาหย่อย..

แล้วยังติดตามความเคลื่อนไหวผ่านหน้าจอ Nation อยู่เสมอ…

ของเนชั่น มีเรื่องสนุกๆให้อ่านเยอะดี
แถมยังมีข้อบังคับด้วยการต้องสมัครสมาชิกก่อน
ถึงจะฝากข้อเสนอแนะได้
บางทีอยากจะชมเจ้าของงานเขียนบางท่านใจจะขาด
แต่ขี้เกียจสมัคร…เลยทำแค่แวะไปอ่าน

จบได้ประทับใจ จริง จริง 55++

ขอร่วมแจมสัมภาษณ์คุณบารมี 1 คำถาม
คิดเห็นอย่างไรกับกรณีคอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์ขโมยบทความจากบล็อกไปเป็นของตัวเอง
อ่านข้อเท็จจริงได้ที่ http://myfreezer.wordpress.com/2007/05/04/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Blog Visits

  • 153,717 hits
%d bloggers like this: