Suki Media

ไปกันใหญ่

Posted on: วันอังคาร, 24 เมษายน, 2007

     ดูข่าวช่วงนี้แล้วเบื่อเต็มกลืน นอกจากวิธีการนำเสนอข่าวที่ไม่มีอะไรใหม่แล้ว ยังมีเนื้อหาที่ซ้ำซากจำเจอีกต่างหาก

     ความจำเจที่ว่าก็คือความคิดที่ย่ำอยู่กับที่ของสื่อบางสื่อเอง เรื่อยไปจนถึงความเน่าเฟะของเนื้อหาข่าวการเมืองทุกวันนี้

     ทุกวินาทีที่ผ่านไป ยังมีข่าวอีกมากมายที่ไม่ได้ถูกนำเสนอ เพราะถูกเบียดแทรกจากข่าวที่ “ไร้สาระ” บางจำพวก และสื่อหลายสำนักก็ดูเหมือนจะเป็นลูกไล่ของ News Maker ระดับปรมาจารย์ในแวดวงการเมืองอีกด้วย

     ประชาชนคนไทยอย่างผม จึงต้องก้มหน้ารับข่าวสารไปอย่างเสียไม่ได้ เพราะเปิดทีวีไปช่องไหน หมุนวิทยุไปคลื่นใด หรืออ่านหนังสือพิมพ์หัวที่เท่าไหร่ก็ตาม ก็มีแต่ข่าวที่ไม่ได้ประเทืองปัญญาแต่อย่างใด

     ยกตัวอย่างเช่น ข่าว “ม็อบ” ที่ขณะนี้มีอยู่นับสิบๆ ม็อบ ทั้งม็อบพีทีวี ม็อบคนไม่เอาเผด็จการ ม็อบเกษตรกร ม็อบพระ ม็อบสตรีคลุมหน้า ม็อบคนรักทักษิณ ม็อบอะไรต่อมิอะไร ไปจนถึงม็อบแมงเม่าไอทีวี

     คงไม่มีใครดูแคลน หากม็อบที่จัดตั้งขึ้นมามีรากฐานมาจากความเดือดร้อนหรืออุดมการณ์บริสุทธิ์ แต่หากม็อบใดที่จัดตั้งขึ้นเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว เพื่อพวกพ้องตัวเอง นั่นย่อมน่าละอายเสียยิ่งกว่าการถูกชี้หน้าด่าพ่อล่อแม่

     และน่าเสียใจยิ่งกว่าที่สื่อให้เวลากับข่าวประเภทนี้ มากกว่าข่าวอันมีสาระอีกมากมาย ที่ถูกแย่งพื้นที่ไปจนไม่มีเหลือ

     ผมขอยกตัวอย่างสัก 3 ม็อบ ที่ดูท่าแล้วชักจะไปกันใหญ่ และหาสาระอันใดมิได้ในการเสียเวลาติดตามข่าวจากสื่อต่างๆ

     1. ม็อบพระ

     2. ม็อบคนไม่เอาเผด็จการ (ประกอบด้วยหลายกลุ่ม)

     3. ม็อบไอทีวี

     อันดับแรก “ม็อบพระ” อาจดูมีสาระในสายตาหลายท่าน แต่โดยส่วนตัวผมแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องไร้แก่นสารและหาสาระอันใดมิได้

     พระสงฆ์ที่รวมกลุ่มกันในขณะนี้ กำลังทำให้เรื่องศาสนากลายเป็นเนื้อเดียวกับการเมือง โดยอ้างความเป็นสถาบันของศาสนาพุทธว่า ควรได้รับการรับรองเช่นเดียวกับสถาบันชาติและสถาบันกษัตริย์ แต่นั่นย่อมไม่ใช่เหตุผลที่ควรถูกระบุไว้ในกรอบคิดเดียวกัน เนื่องจากความเป็นชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ มีที่มาและรากฐานต่างกันอย่างสิ้นเชิง

     ยกตัวอย่างง่ายๆ คือ ศาสนามาจากความศรัทธาล้วนๆ ใครจะนับถือศาสนาอะไร เป็นสิทธิส่วนบุคคล ไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด

     แต่ชาติและกษัตริย์นั้น นอกเหนือจากความศรัทธาแล้ว ยังมีระเบียบ ประเพณี และกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องในบริบทที่แตกต่างกันออกไปอีกมากมาย หากใครไม่นับถือหรือไม่ยอมรับในความเป็น “ชาติ” ของไทย หรือไม่ยอมรับนับถือความมีอยู่ของกษัตริย์ อันเป็นที่เคารพของปวงชนส่วนใหญ่ นั่นย่อมหมายถึงการละเมิดต่อกฎหมายอย่างหลีกเลี่ยงมิได้

     ดังนั้น การที่ประชาชนชาวไทยมีเสรีภาพในการนับถือศาสนา หรือการที่พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงเป็นพุทธมามกะและอัครศาสนูปถัมภกนั้น จึงไม่ได้หมายความว่าศาสนาพุทธจะต้องถูกรับรองความเป็นสถาบันอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร หรือถูกตีความว่าเป็นศาสนาประจำชาติแต่อย่างใด

     สิ่งที่ม็อบพระกำลังทำอยู่ทุกวันนี้ จึงเป็นการล้ำเส้นของศรัทธาและชักจูงพุทธศาสนิกชน ให้ก้าวล่วงจากขอบเขตของศาสนาไปสู่เขตแดนของการเมืองอย่างที่ไม่ควรจะเป็น

     หากจะว่ากันถึงที่สุดแล้ว คงต้องตั้งคำถามแรงๆ ต่อพระสงฆ์องคเจ้าเหล่านี้ว่า…พวกท่านกำลังบิดเบือนศาสนาหรือไม่

     ส่วนม็อบคนไม่เอาเผด็จการก็ไม่ต่างกันนัก แกนนำที่ดูมีภูมิรู้ เริ่มส่อแววขาดสติออกมาอย่างเสียมิได้

     ข่าวที่ น.พ.เหวง โตจิราการ จะยื่นฟ้องเอาผิดกับ พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน ที่จดทะเบียนสมรสซ้อนนั้น ผมแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง อาจเป็นเพราะผมโง่เขลาเบาปัญญาก็เป็นได้ ที่ไม่รู้จริงๆ ว่าการจดทะเบียนสมรสซ้อน มันเกี่ยวอะไรกับการไม่เอาเผด็จการ?

     ใครช่วยตอบผมทีครับ…

     ส่วนกลุ่มสุดท้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า

     “ม็อบไอทีวี”

     ม็อบกลุ่มนี้ผมขอเรียกเป็นการส่วนตัวว่า “ม็อบคนขี้แพ้ชวนตี”

     คนกลุ่มนี้ประกอบด้วยผู้บริหารไอทีวีและผู้ถือหุ้นรายย่อยของไอทีวี ที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุน แต่ไม่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น

     กรณีของผู้บริหารไอทีวี ผมไม่อยากพูดถึงแล้ว เนื่องจากคนกลุ่มนี้เปรียบดัง “หมาจนตรอก” นอกจากจะต้องถูกตามทวงหนี้จากธนาคารที่ไปกู้เงินมาทำธุรกิจแล้ว ยังต้องถูกตามเช็คบิลจากความผิดพลาดอีกมากมาย พวกเขาจึงต้องทำทุกวิถีทางในการเอาตัวรอด หรือเอาคืนกับรัฐ ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง

     แต่กรณีของนักลงทุนรายย่อย หรือเรียกง่ายๆ ว่า “แมงเม่า”

     ไม่ใช่ว่านักลงทุนรายย่อยทุกคนเป็นแมงเม่านะครับ เพราะความแตกต่างของนักลงทุนกับแมงเม่านั้น ต่างกันลิบโลกในตรรกะของความคิดพื้นฐานในการลงทุน

     นักลงทุนที่ดี หรือที่เรียกว่า Value Investor จะศึกษาปัจจัยพื้นฐานของหุ้นแต่ละตัวที่เข้าไปลงทุน เขาจะดูแผนการดำเนินงาน กำไรขาดทุน สินทรัพย์ของบริษัท ผู้บริหาร ความเสี่ยง และอะไรต่อมิอะไรมากมาย ก่อนที่จะลงทุนในหุ้นนั้นๆ

     ต่างจากแมงเม่า ที่เน้นการเก็งกำไรระยะสั้น เข้าเร็วออกเร็ว บางวันเล่นหุ้นรายวัน ปั่นรายตัว เพื่อให้ราคาสูงๆ และเทขายออกไปได้กำไรอย่างง่ายดาย

     แต่ความเสี่ยงของการลงทุนแบบนี้ก็ย่อมสูงเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นแมงเม่าย่อมต้องยอมรับความเสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทีนี้คำถามก็คือว่า ทำไมผมถึงว่าม็อบไอทีวีเป็นแมงเม่า

     นั่นก็เพราะธุรกิจของไอทีวีส่อแววว่ามีความเสี่ยงสูงมานานมากแล้ว และมีแนวโน้มที่ประเมินได้อย่างง่ายดาย แม้แต่นักลงทุนหน้าใหม่ก็มองออกว่า หุ้นไอทีวีเป็นหุ้นที่ควร “ชะลอ” การลงทุน แต่แมงเม่าเหล่านี้กลับชะล่าใจ ยังถือหุ้นไอทีวีอยู่อย่างเชื่อมั่น ซึ่งนั่นก็หมายความว่าคนเหล่านี้ ต้องแบกรับภาระความเสี่ยงไปเอง…มิใช่รัฐ

     แค่นี้สั้นๆ สำหรับ 3 ม็อบที่นอกจากจะไม่สร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมแล้ว ยังทำสิ่งที่ไม่เข้าท่าให้คนเขาด่าถึงวงศ์ตระกูลเสียอีก

     …น่าสงสารและสมเพชตัวเองที่ต้องมารับรู้ข่าวแบบนี้

Advertisements

1 Response to "ไปกันใหญ่"

พวกม็อบนี่ เค้ามีเป้าหมายมีเบื้องหลังอยู่แล้วครับ โยงไปโยงมาก็อาจจะแกงค์เดียวกัน
ถ้าเครียดกันขอแนะให้ไปดูหนังครับช่วงนี้หนังน่าดูเยอะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Blog Visits

  • 153,717 hits
%d bloggers like this: