Suki Media

มาบริจาคเลือดกันเถอะ

Posted on: วันจันทร์, 5 มีนาคม, 2007

     เมื่อวานไปบริจาคเลือดมาครับ สภากาชาดไทยตั้งโต๊ะรับบริจาคในงาน “กินดีอยู่ดีอย่างพอเพียง ครั้งที่ 1” ที่เนชั่นทาวเวอร์ ผมเลยมีโอกาสได้ทำทานอีกครั้ง พร้อมกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์หลายต่อหลายคน (มีคนไปเข้าแถวรอบริจาคเยอะพอควรครับ)

     ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ถ้าจำไม่ผิดเป็นครั้งที่ 4 แล้วที่ได้สละเลือดให้ผู้อื่น โดยครั้งนี้บริจาคไปเกือบครึ่งลิตร หรือ 400 cc ไม่รู้ว่าเยอะหรือน้อย กะว่าหมอคงวินิจฉัยเองว่าควรจะเป็นเท่าไหร่ เราก็เพียงแต่ทำไปตามกระบวนการเท่านั้น ใครที่ยังไม่เคยบริจาค ผมแนะนำให้ลองครับ เดี๋ยวท้ายๆ ผมจะเล่าถึงประโยชน์ของการบริจาคโลหิตให้ได้ทราบกัน ตอนนี้เอาขั้นตอนเบื้องต้นสำหรับผู้บริจาคมือใหม่กันก่อน จะได้ไม่เคอะเขินเวลาตัดสินใจไปสละเลือด

     ก่อนอื่นต้องเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ คือ นอนให้เพียงพอ อย่านอนเกินเที่ยงคืนและนอนไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง รวมทั้งกินข้าวกินปลาให้ครบมื้อ อย่าอดอาหารก่อนบริจาค ที่สำคัญต้องดื่มน้ำให้เพียงพอด้วย

     ที่โต๊ะลงทะเบียน จะมีใบลงทะเบียนสีขาวและสีเขียว สีขาวสำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยบริจาคมาก่อน ส่วนสีเขียวสำหรับผู้ที่เคยบริจาคมาแล้ว จากนั้นก็กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย ข้อมูลที่กรอกต้องเป็นความจริงนะครับ อย่ามั่ว อย่าชุ่ย เพราะสิ่งที่เขาถามเป็นข้อมูลสำคัญในการนำเลือดของคุณไปให้ผู้อื่น หากคุณโกหกก็อาจจะเป็นอันตรายต่อผู้ที่รับเลือดของคุณได้

     แน่นอนว่าเขามีข้อห้ามหลายประการทีเดียว ที่จะไม่อนุญาตให้คุณบริจาคเลือดได้ เช่น มีโรคทางเพศสัมพันธ์ เป็นไวรัสตับอักเสบ เพิ่งไปทำฟันหรือผ่าตัดมา อายุต่ำกว่า 17 ปี หรือเกิน 60 ปี น้ำหนักต่ำกว่า 45 กิโลกรัม เป็นต้น

     แม้คุณจะมั่วข้อมูลหรือโกหกหมอก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็จะตรวจเช็คเลือดที่รับบริจาคไปอยู่ดี เพื่อความปลอดภัยของผู้รับเลือด แต่การทำเช่นนี้เป็นการเพิ่มภาระและค่าใช้จ่ายให้กับศูนย์รับบริจาคเลือด เพราะที่ผ่านมาพบว่าบางคนอยากตรวจสุขภาพ แต่ไม่อยากเสียเงินไปหาหมอ ก็มักจะมาบริจาคเลือด เนื่องจากรู้ว่าเมื่อเจ้าหน้าที่เช็คเลือดแล้วพบโรคที่เป็นอันตราย เช่น เอดส์ หรือไวรัสตับอักเสบ ก็จะส่งจดหมายแจ้งไปยังผู้ป่วยอยู่แล้ว เป็นการตรวจสุขภาพที่ได้ผลแม่นยำและไม่เสียสตางค์แม้แต่บาทเดียว แต่ทำให้ศูนย์รับบริจาคต้องแบกรับภาระต้นทุนอยู่ร่ำไป

     เพราะฉะนั้น ใครที่คิดจะประพฤติตัวแอบแฝงเช่นนี้ กรุณาอย่าทำเลยนะครับ

     เอาละ หลังจากกรอกข้อมูลแล้วก็ไปวัดความดัน หากคุณความดันต่ำเกินไป หมอจะไม่อนุญาตให้คุณบริจาค และถ้าสูงปรี๊ดก็บริจาคไม่ได้เช่นกัน

     ขั้นต่อไปก็เจาะเลือดเพื่อหาหมู่เลือดครับ แม้บางคนจะบอกว่ารู้หมู่เลือดอยู่แล้ว หรือแม้ว่าจะเอาบัตรประชาชนมายืนยันก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็ยืนยันจะเจาะเลือดคุณเช่นกันครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องให้เจ็บตัวเพิ่มอีกหนึ่งครั้ง แต่ก็เอาเถอะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เขาแค่เอาเข็มจิ้มนิ้วเพื่อเอาเลือดแค่หยดเดียวแหละครับ ไม่มากไม่มายอะไร

     ที่จุดเจาะเลือดนี้ เจ้าหน้าที่ยังทราบจากการดูหยดเลือดของคุณด้วยว่า ความดันเลือดของคุณต่ำหรือสูง รวมทั้งเลือดจางหรือไม่ ถ้าเลือดคุณจางเกินไป เขาก็ไม่อนุญาตให้บริจาคนะครับ แถมยังให้ยาเฟอรัสซัลเฟตไปทานอีกหนึ่งซองด้วย และถ้าเลือดของคุณข้นเกินไป เขาก็จะแนะนำให้คุณดื่มน้ำก่อนบริจาคเช่นกัน เสร็จจากจุดนี้ คุณก็รอขึ้นเตียงได้เลย

     เห็นไหมครับว่ากว่าที่คุณจะบริจาคเลือดได้ไม่ใช่ง่ายเลย ไม่เหมือนการบริจาคอย่างอื่น บางคนอาจจะคิดว่ากระบวนการเยอะอย่างนี้ ใครกันจะมาเสียเวลาบริจาค บางคนตั้งใจมาเสียอย่างดี ดันไปติดขั้นตอนแรก เช่น นอนน้อย หรือเพิ่งทำฟันมาเมื่อสามวันก่อน บางคนติดขั้นตอนที่สอง เช่น ความดันต่ำ หรือบางคนติดขั้นตอนที่สาม เช่น โลหิตจางเกินไป ซึ่งอาจทำให้เสียกำลังใจไปเหมือนกัน และนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ของสภากาชาดไทยคนหนึ่งบอกกับผมว่า มีคนมาบริจาคน้อยกว่าเป้าหมายทุกครั้งไป

     เอาเป็นว่าอย่าไปคิดอย่างนู้นอย่างนี้เลย ลองคิดกลับกันดูบ้างว่า ถ้าเราเป็นผู้ป่วยและต้องการรับเลือด เราก็อยากได้เลือดที่บริสุทธิ์ ไม่ติดเชื้อ หรือเป็นโรคใดๆ ถูกไหมครับ เพราะฉะนั้น ถ้าเราอยากบริจาคจริงๆ ละก็ ควรเตรียมความพร้อมและรักษาสุขภาพให้สมบูรณ์เสียก่อน

     การทำบุญทำทานต้องใช้ความพยายามกว่าที่คิดนะครับ

     ทีนี้เมื่อคุณอยู่บนเตียงแล้ว เจ้าหน้าที่จะเดินมาเช็คเส้นเลือดว่าหายากหรือไม่ รัดสายยาง และเช็ดแอลกอฮอล์ กระบวนการเหมือนการเจาะเลือดตรวจสุขภาพครับ แต่เข็มบริจาคเลือดจะใหญ่กว่าเข็มทั่วไป ผมไม่แนะนำให้คนขวัญอ่อนมองนะครับ เดี๋ยวเปลี่ยนใจไม่บริจาคไปเสียก่อน

     และเนื่องจากเข็มใหญ่กว่าปกติ บางคนที่เส้นเลือดหลบใน หายาก หรือเส้นดิ้น ก็อาจทำให้เกิดความเจ็บปวดบ้างเป็นธรรมดา รวมทั้งเมื่อเจาะเสร็จแล้วอาจมีอาการปวดหรือเขียวช้ำได้ ก็ไม่ต้องกังวลครับ เดี๋ยวก็ชินไปเอง 555

     ในระหว่างที่ให้เลือดอยู่นั้น เจ้าหน้าที่จะให้บีบแท่งทรงกระบอกเพื่อกระตุ้นให้เลือดออกมาได้ดีขึ้น กระบวนการนี้ผมอยากแนะนำให้ศูนย์รับบริจาคเลือดทั้งหลายเปลี่ยนมาเป็นตุ๊กตา หรือลูกบอลที่ใช้บีบแก้เครียดดีกว่า จะทำให้การบีบนั้นช่วยผ่อนคลายอารมณ์ระหว่างให้เลือดได้ด้วย

     ไม่เกิน 10 นาทีหรอกครับในการให้เลือดแต่ละครั้ง เมื่อเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่จะดึงเข็มออกและให้คุณนอนบนเตียงต่ออีกสักครู่ เพราะถ้าคุณยืนขึ้นทันทีอาจหน้ามืดเป็นลมได้ จากนั้นเขาก็จะให้ลุกไปดื่มน้ำหวานและขนมที่เตรียมไว้ให้ เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมด

     ทีนี้มาดูประโยชน์จากการบริจาคโลหิตกันบ้าง ถ้าว่ากันตามหลักพุทธศาสนาแล้ว ก็ต้องบอกว่าการบริจาคเลือดได้บุญกุศลมาก ถือเป็นการบริจาค 1 ใน 5 แบบ ที่เป็นความเสียสละอันใหญ่หลวง ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงบำเพ็ญบารมีไว้ในพระชาติสุดท้าย ได้แก่ การบริจาคทรัพย์ การบริจาคอวัยวะ การบริจาคชีวิต การบริจาคบุตร และการบริจาคภรรยา เรียกรวมกันว่า “มหาบริจาค” หรือการบริจาคอันยิ่งใหญ่

     อย่างไรก็ตาม การเสียสละหรือการบริจาคนั้น ต้องเป็นไปด้วยความไม่เสียดาย อิ่มใจทั้งก่อนทำ ขณะทำ และหลังทำ ด้วยใจอันบริสุทธิ์ สังเกตว่าเมื่อบริจาคเสร็จแล้ว เราจะรู้สึกผ่องใส ปลื้มอกปลื้มใจอยู่ลึกๆ นั่นแหละครับที่เขาเรียกกันว่าได้บุญแล้ว คือไม่ต้องไปหวังชาติหน้าภพหน้า เพียงแค่จิตใจแจ่มใสเบิกบาน นั่นก็เพียงพอแล้วมิใช่หรือ

     ส่วนประโยชน์ทางการแพทย์นั้น คุณหมอรัชนี โอเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย บอกว่า “ผลดีต่อร่างกายของผู้บริจาค คือ จะทราบเลยว่าตัวเองนั้นเลือดเข้มข้นปกติหรือเปล่า เพราะเราต้องตรวจก่อนว่ามีเลือดมากและเข้มข้นเพียงพอ ซึ่งเราจะทราบสภาพร่างกายทั่วไปด้วย เช่น ความดันเป็นอย่างไร ปอด หัวใจเต้นปกติหรือเปล่า นอกจากนั้น การเสียเลือดก็จะไปกระตุ้นให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดออกมาใหม่ จะทำให้ไขกระดูกรู้หน้าที่ เวลาที่เราเสียเลือดขึ้นมา ไขกระดูกก็จะรีบทำงานสร้างเม็ดเลือดใหม่ๆ ออกมาอยู่นกระแสเลือด หล่อเลี้ยงร่างกายและทำให้ร่างกายแข็งแรงตลอดเวลา”

     ขณะที่ คุณหมอวัลลภ พรเรืองวงศ์ แพทย์ประจำศูนย์มะเร็งลำปาง โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี บอกว่า โดยธรรมชาติแล้วผู้หญิงจะมีการเสียเลือดเป็นประจำ เช่น จากการมีประจำเดือน การคลอดลูก หรือให้นมลูก ซึ่งเป็นการขับธาตุเหล็กออกจากร่างกาย ขณะที่ผู้ชายไม่มีโอกาสเสียเลือดมากอย่างผู้หญิง และมีแนวโน้มจะกินเนื้อหรือผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์มากกว่าผู้หญิงด้วย ทำให้เสี่ยงต่อภาวะธาตุเหล็กเกิน ซึ่งภาวะธาตุเหล็กเกินนี้อาจส่งผลให้เกิดอนุมูลอิสระมากขึ้น ทำให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะผนังเส้นเลือดอีกด้วย

     จริงๆ ยังมีการศึกษาวิจัยอีกมากมายที่เกี่ยวกับการบริจาคเลือด ซึ่งชี้ว่าส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจของมนุษย์ในระยะยาวครับ แต่ผมว่าที่เล่ามาทั้งหมดก็น่าจะเป็นเหตุผลเพียงพอให้ใครที่ไม่เคยคิดหรือไม่กล้าบริจาคเลือด ได้ลองเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เพื่อตัวเองและเพื่อเพื่อนมนุษย์ เพราะยังมีผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บอีกมากที่ต้องการเลือด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง รวมถึงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง

     ผมชักแม่น้ำ 100 สายขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่มีใครเชื่อก็น่าเสียดายครับ

Advertisements

7 Responses to "มาบริจาคเลือดกันเถอะ"

ผมเชื่อครับ เมื่ออาทิตย์ก่อนไปบริจาคมาเป็นครั้งที่ 2 อ่ะครับ แบบว่าผมโดนกรมคุมประพฤติสั่งไปอ่ะครับ ต้องบำเพ็ญประโยชน์ อิอิ เเต่ว่าหลังจากได้บริจาค 2 ครั้งที่ผ่านมา รู้สึกดีมากๆครับ ความรู้สึกนี้อธิบายไม่ได้จริงๆครับ แล้วหลังจากนี้ผมจะไปบริจาคทุกปี อย่างน้อยๆก็ปีละครังละครับ เพื่อ สุขภาพตัวเอง และประโยชน์ต่อสังคม อิอิ อ่า ลืมบอกไปนี่ผมโดนเรื่องเมาเเล้วขับอ่ะครับ สมนําหน้าตัวเอง เดี๋ยวอีก 3 วันต้องไปรายงานตัวที่ศาลอีกอะ – -. เห็นไหมครับน่าสมนําหน้าจิงๆ ต่อไปไม่มีเเล้วครับ

โอ้โห…ดีจังเลยครับ ถ้าคุณ 13an1k ทำได้อย่างนี้ทุกปีก็จะเป็นบุญมากเลยครับ ขออนุโมทนาด้วย 😀

บทความมีประโยชน์มากครับ

แนะนำผู้ที่ต้องการประกาศขอรับบริจาคเลือด
ให้ไปประกาศที่เว็บ http://www.bloodgives.com/
เป็นเว็บสำหรับ ขอรับบริจาคเลือดและรับสมัครสมาชิกอาสาสมัครบริจาคเลือดด้วยนะครับ

บริจากทุก 3 เดือน มา1 ปีแล้ว ร่างกายแข็งแรงดี เข้ามาหาข้อมูลเพื่มเติม วันที่ 15 กพ.54 จะบริจากเลือกอีก
ขอบคุณที่ให้ข้อมูล

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Blog Visits

  • 152,468 hits
%d bloggers like this: