Suki Media

     หลังจากที่ สปน. บอกเลิกสัญญากับ “ไอทีวี” ตามที่หลายคนคาดเดาไว้ไม่มีผิด พนักงานไอทีวี – ผู้ที่เคยออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อรัฐ – ก็ได้ออกแถลงการณ์ขอบคุณรัฐบาลเป็นการใหญ่ ที่กรุณารับพนักงาน 1,000 กว่าคน เข้าทำงานในหน่วยงานใหม่ที่รัฐจะจัดตั้งขึ้นแทน ผมได้ข่าวนี้แล้วก็กระอักกระอ่วนใจยิ่งนัก

     ผมได้เคยเขียนถึงพฤติกรรมของพนักงานไอทีวีเอาไว้แล้วในหัวข้อ “itv สื่อเพื่อประชาชน…หรือเพื่อตัวเอง” ก็เพื่อสะท้อนถึงต่อมสำนึกของพนักงานไอทีวี ในฐานะสื่อมวลชนมืออาชีพที่มีฝีไม้ลายมือไม่เลวในการทำข่าว ซึ่งในช่วงเวลานั้นที่มีข่าวว่าศาลปกครองตัดสินให้ไอทีวีจ่ายค่าปรับแก่ สปน. พนักงานทั้งหลายต่างชุมนุมเรียกร้องขอความเป็นธรรมในการปฏิบัติงานเพื่อวิชาชีพสื่อมวลชน และวันนี้ก็ได้ออกแถลงการณ์อีกครั้ง โดยยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไปอย่างเต็มความสามารถ

     แถลงการณ์นี้ยังระบุด้วยครับว่า คณะกรรมการหรือคณะทำงานพิเศษที่รัฐบาลจะตั้งมานั้น ขอให้มีแนวทางและเป้าหมายที่ชัดเจน โดยคำนึงถึงปัจจัยสำคัญ คือ

     1. ยึดมั่นในเจตนารมณ์ดั้งเดิมของการก่อตั้งสถานีในปี 2538 โดยนำเสนอข่าวสารด้วยความเป็นกลาง มีอิสระ และเป็นที่พึ่งของสังคม

     2. ปลอดจากการแทรกแซง

     3. มีอิสระในการประกอบธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้

     และคณะทำงานพิเศษที่เข้ามากำกับดูแล สมควรอย่างยิ่งที่จะเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ เป็นที่ยอมรับในสังคม และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม

     อ่านแถลงการณ์ฉบับนี้แล้ว ขำครับ

     การทำงานข่าวของไอทีวีที่ผ่านมา มันเข้ากับกรณีใดใน 3 ข้อข้างบนอย่างนั้นหรือ เพราะจิตสำนึกของความเป็นสื่อมวลชนไอทีวีนั้น มันหมดไปตั้งแต่พนักงานเหล่านี้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ร่มเงาของชินคอร์ปแล้ว การที่เหล่าพนักงานออกแถลงการณ์ยืนยันว่าจะทำงานต่อไปอย่างเต็มความสามารถ ทำให้ผมกังวลว่า พวกเขาจะทำงาน “เต็มความสามารถ” ดังเช่นที่ผ่านมาใช่ไหม ถ้าใช่ ผมขอให้พนักงานทำงานน้อยๆ ลาหยุดเยอะๆ ดีกว่าครับ

     คณะกรรมการพิเศษที่รัฐจะตั้งขึ้นมานั้น จะประกอบด้วยใครบ้างยังไม่เห็น แต่ก็พอมีข่าวแพร่งพรายออกมาบ้าง ซึ่งหลายคนก็คงเดากันออก แต่ ณ เวลานี้ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่คณะกรรมการ ไม่ได้อยู่ที่ร่างสัญญาใหม่ ไม่ได้อยู่ที่อะไรเลย แต่อยู่ที่การคงไว้ซึ่งคณะทำงานของไอทีวีต่างหาก

     หากการทำสัญญาของเอกชนกับรัฐก่อให้เกิดความเสียหายนับแสนล้านบาท เมื่อถูกยึดสัมปทานคืนแล้ว ใช่ว่าทุกอย่างจะจบทันที เงินของรัฐที่ควรจะได้แสนล้านบาทนั้น รัฐต้องตามเอาคืนจากการฟ้องล้มละลายบริษัท หากบริษัทหาเงินคืนไม่ได้ รัฐก็ต้องให้กรมบังคับคดียึดทรัพย์สินที่มีอยู่ทั้งหมดมาขายทอดตลาด จะได้เงินเท่าไหร่ก็เท่านั้น นี่คือกระบวนการโดยปรกติตามหลักสากล

     เพราะฉะนั้น เมื่อทรัพย์สินบริษัทไอทีวีถูกยึด พนักงานก็ไม่มีสิทธิ์ไปนั่งทำข่าว เขียนข่าว ตัดต่อ หรือออกอากาศได้ตามปกติอีกต่อไป จะมาอ้างความเป็นธรรมในสิทธิ์ของการเป็นพนักงานไม่ได้ เนื่องจากบริษัทใดในโลกก็ตามที่ถูกฟ้องล้มละลาย อย่างบริษัทเอ็นรอนที่ถูกฟ้องล้มละลายนั่นเป็นต้น พนักงานก็ต้องถูกลอยแพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนรัฐจะเข้ามาช่วยเหลือด้วยวิธีใดนั้นอีกเรื่อง

     กระบวนการยึดคืนไอทีวีครั้งนี้ จึงดูทะแม่งๆ เพราะรัฐบาลบอกว่าจะฟ้องล้มละลาย ขณะเดียวกันรัฐก็บอกว่าจะไม่มีผลกระทบกับพนักงาน ไม่มีผลกระทบกับรายการ และไม่มีผลกระทบกับการออกอากาศ แปลกไหมครับ

     ทางออกที่น่าจะเป็นไปได้ก็คือ รัฐควรรอให้ร่างสัญญาใหม่ของทีวีช่องนี้เสร็จสิ้น จากนั้นก็เปิดประมูลใหม่ ให้เอกชนที่ต้องการเข้ามาลงทุนทำทีวีตามเจตนารมณ์ดั้งเดิมในปี 2538 เป็นผู้ลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ทั้งหมด รวมไปถึงทรัพยากรบุคคลด้วย ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้นก็เป็นสิทธิ์ของเอกชนรายใหม่แล้วว่า จะพิจารณาจ้างใครมาดำเนินกิจการ พนักงานไอทีวีเก่าจะต้องถูกพิจารณาใหม่ทั้งหมด ว่าใครมีหรือไม่มีจิตสำนึกในการทำงานข่าวในฐานะสื่อมวลชนตามเจตนารมณ์เดิมในปี 2538 ซึ่งพนักงานเหล่านี้ได้เรียกร้องกันหนักหนาเหลือเกิน

     แต่สิ่งที่รัฐทำอยู่ขณะนี้เป็นการรับสิ่งโสโครกมาทั้งกระบิ สิ่งโสโครกที่ติดตัวพนักงานไอทีวีมาตั้งแต่สมัยชินคอร์ปเข้าครอบงำสื่อแห่งนี้ การทำเช่นนี้ไม่ต่างกับการรับปลาเน่ามาทั้งข้อง โดยไม่แยกแยะของเสียออกเสียก่อน แถมภาระในการแยกแยะของเสียไม่ใช่หน้าที่ของรัฐ แต่เป็นหน้าที่ของเอกชนรายใหม่มากกว่า หรือถ้าเอกชนรายใหม่จะทิ้งปลาทั้งข้องแล้วซื้อใหม่ทั้งหมด ก็ไปว่าเขาไม่ได้

     ดังนั้น สิ่งที่รัฐทำอยู่ขณะนี้ ส่อแววน่าสงสัยในจุดประสงค์เป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งสิ่งที่ (จริงสิ! ผมต้องเรียกว่า) “อดีต” พนักงานไอทีวีทำอยู่ขณะนี้ ก็เท่ากับว่ายังไม่สำนึกในสิ่งที่ตัวเองได้กระทำลงไปในสมัยรัฐบาลทักษิณ

     ถ้าหากพนักงานเหล่านี้ยังทำตัวราวกับจิ้งจกเปลี่ยนสี ทีวีเปลี่ยนหัวอยู่อย่างนี้เป็นนิจละก็ ผมก็อดไม่ได้ที่จะบอกว่า…พวกคุณหน้าด้านจริงๆ ครับ

Advertisements

6 Responses to "ทีวีโสโครก"

Thai people have less dignity more survival skill in themselves. Thus they can be “จิ้งจกเปลี่ยนสี” without feeling any guilty.

เรื่องนี้ ส่วนตัวผมแล้วรับไม่ได้จริงๆ และคิดว่า มันต้องมีเบื้องหลังอะไรแน่ๆ

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับบทความชิ้นนี้
ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่ากระทำผิด ยังทนทำงานอยู่ได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ
สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการกระทำผิดตามน้ำ
แต่พอจะโดนดาบฟัน ก็รีบร้องแร่แห่กระเชิงให้ไว้ชีวิต
อนาถใจแท้เชียว
…คำว่า “ศักดิ์ศรี” หนะ สะกดเป็นไหม…

ล่าสุดพวกเขาอาจต้องหยุดงานกันแล้วล่ะครับ เพราะรัฐต้องตรวจเช็คอุปกรณ์ที่จะรับมอบมาจากไอทีวีเสียก่อน กินเวลาราวๆ หนึ่งเดือนจึงจะเสร็จ พนักงานอาจดีใจก็ได้ที่ได้หยุดพักหนึ่งเดือนก่อนเริ่มงานใหม่ แต่บางคนอาจหนาวๆ ร้อนๆ กลัวว่าหยุดครวนี้อาจจะอีกยาว

คุณ ‘justtalky ครับ ทำไม blog ของคุณถึงเข้าไปคอมเมนท์ไม่ได้ล่ะ

วันนี้รู้สึกเห็นใจ เปิดทีวีดูสักหน่อย เปลี่ยนใจ ขอเปลี่ยนเป็น ส.น.น. ดีกว่า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Blog Visits

  • 152,468 hits
%d bloggers like this: