Suki Media

เรื่องเล่าระหว่างทาง

Posted on: วันพุธ, 31 มกราคม, 2007

     เมื่อสองสามวันก่อน ผมมีภาระหน้าที่ต้องไปทำข่าวโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมาครับ กระทรวงพลังงานจัดทริปนี้ขึ้นมาเพื่อพารัฐมนตรีปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ และสื่อมวลชน ไปดูความคืบหน้าของการผลิตไบโอดีเซลในโรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม

     การเข้าเยี่ยมชมก็เป็นไปอย่างปกติสุข ไม่มีอะไรหวือหวา น่าตื่นเต้นเท่าไรนัก ผมจึงคิดว่าไม่จำเป็นต้องมาเล่าให้ฟังกัน เอาเรื่องเครื่องเคียงดีกว่า

     เป็นที่รู้กันดีว่าเมื่อไปทริปแบบนี้ สื่อมวลชนที่ร่วมเดินทางไปด้วยนั้น มักจะมาจากหลายสื่อด้วยกัน ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ (ยังไม่มีสื่อจาก blog โดยเฉพาะ ผมขอตั้งตัวเองเป็นคนแรกแล้วกัน) การเดินทางย่อมมีการพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และพูดคุยสัพเพเหระกันเป็นปกติ

     มีอยู่เหตุการณ์หนึ่งครับที่ผมว่าน่าจะเป็นประโยชน์แก่คนทั่วไป โดยเฉพาะคนที่ล้มเหลวในชีวิต หรือพลั้งพลาดอะไรก็ตามในชีวิตไป สามารถลุกขึ้นเดินหน้าต่อไปได้อย่างไม่ท้อถอย

     ในระหว่างที่นั่งเครื่องบินกลับจากสุราษฎร์ธานีในช่วงเที่ยงของวันอาทิตย์ ผมนั่งติดกับ “โบ” ผู้สื่อข่าวของ ททบ. 5 เธอนั่งติดกับผมตั้งแต่ขามาแล้ว แต่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนัก มาถึงวันกลับได้มีโอกาสพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ เรื่องเพื่อน และเรื่องงาน

     ผมถามโบว่าเธอเป็นผู้ประกาศข่าวด้วยหรือเปล่า เพราะหน้าตาและบุคลิกก็สะสวยพอที่จะออกหน้ากล้องได้ทีเดียว โบบอกว่า เคยเป็น แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้ว

“โดนปลดออกน่ะ ตอนนี้เลยเป็นผู้สื่อข่าวอย่างเดียว” โบพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย

     โบเล่าว่าก่อนหน้านี้เธอทำหน้าที่อ่านข่าวช่วงเที่ยงกับหม่อมปลื้ม (ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล) แต่วันหนึ่งเธออ่านนามสกุลของ พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน ผิด แทนที่จะอ่าน บุน-ยะ-รัด-กะ-ลิน ดันเผลอไปอ่าน บุน-ยะ-รัด-ตะ-นะ-กะ-ลิน ด้วยความที่พลเอกสนธิ เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง ผบ.ทบ.ใหม่ๆ นามสกุลของท่านจึงอาจยังไม่คุ้นปากคนทั่วไปนัก

“ตั้งแต่วันนั้น เขาก็ไม่ให้โบอ่านอีกเลย แถมตัดเงินเดือนด้วยนะหนึ่งเดือน” โบเล่าให้ผมฟังพร้อมกับหัวเราะไปพลาง

     บอกตามตรงว่าช่วงที่พลเอกสนธิ รับตำแหน่งใหม่ๆ ผมก็เคยอ่านนามสกุลของท่านผิด แต่ก็ไม่ได้โดนปลอดออกจากการเป็นผู้ประกาศแต่อย่างใด แต่โบบอกว่า ททบ. 5 เป็นของทหาร เพราะฉะนั้นชื่อและนามสกุลของนายใหญ่สุด “ไม่ควรพลาด”

     อย่างแรกที่รู้สึกเลยก็คือ ททบ. 5 ให้โอกาสคนน้อยไป ความผิดพลาดตรงนี้ถือว่าเล็กน้อยมากสำหรับมุมมองของคนทั่วไป แต่ก็อาจจะใหญ่สำหรับมุมมองของคนใน อย่างน้อยๆ ควรให้โอกาสมือใหม่อีกสักครั้ง ไม่น่าจะเสียหายอันใดนักกับพลเอกสนธิ ที่จะมีพยางค์ในนามสกุลเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งหรือสองพยางค์ ผมเชื่อว่าพลเอกสนธิเองคงให้อภัยได้กับความผิดพลาดเล็กน้อยเพียงนี้

     อย่างที่สองที่รู้สึกและสำคัญมากสำหรับผมคือ การแสดงออกของโบที่ทำให้ผมประหลาดใจ เธอเล่าความผิดพลาดของตัวเองอย่างหน้าชื่นตาบาน ไม่ใช่ว่าเพราะไม่รู้สึกรู้สากับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่คนเราควรหัวเราะได้กับก้าวที่พลาดของตัวเอง นั่นคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับผม

     เคยเห็นเด็กหกล้มไหมครับ แน่นอนเด็กส่วนใหญ่จะร้องไห้เพราะความเจ็บ แต่เขาก็จะพยายามลุกขึ้นยืน เมื่อพ่อแม่ปลอบประโลมแล้ว เด็กจะยิ้มและบางครั้งถึงกับหัวเราะ แล้วก็วิ่งไปเล่นกับเพื่อนได้เหมือนเดิม

     คนที่ล้มแล้วลุกขึ้นยืน ปัดเนื้อปัดตัว หัวเราะกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แล้วเดินต่อ ผมว่าคนนั้นเป็นคนที่น่าชื่นชม ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง คนผู้นั้นย่อมประสบความสำเร็จได้สักวัน ผมเชื่ออย่างนั้น บางคนที่หวังจะเป็นผู้ประกาศ หากเจออย่างโบแล้วอาจหมดกำลังใจทำงาน หรืออาจถึงขั้นลาออกด้วยซ้ำ หรือบางคนอาจจมจ่อมกับความทุกข์ คิดวกไปวนมาถึงความผิดพลาดของตัวเอง ตำหนิตัวเอง และไม่ให้โอกาสตัวเองแก้ตัวใหม่ ก็ยากที่คนอื่นจะให้โอกาสนั้นได้เช่นกัน

     นี่เป็นเรื่องเล่าสู่กันฟังระหว่างการเดินทางที่ผมเห็นว่ามีค่า มากกว่าการไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มเสียอีก และถึงวันนี้แม้โบอาจรู้สึกเฉยๆ แล้วกับสิ่งที่ผ่านไป แต่ผมอยากให้กำลังใจและอยากให้เรื่องนี้เป็นกำลังใจสำหรับใครหลายคนได้เช่นกันนะครับ

Advertisements

9 Responses to "เรื่องเล่าระหว่างทาง"

สวัสดีค่ะ คุณผู้สื่อข่าว บล็อก SUKI MEDIA
เรื่องระหว่างทาง บางทีน่าเก็บกว่าปลายทางที่รออยู่ก็ได้
หลายครั้งที่เราเองก็รู้สึกอย่างนั้น ^_^

*แล้วจะแวะเข้ามาอ่านเรื่อยๆนะคะ ที่นี่น่าอ่านดีค่ะ

ไม่มีใครเกิดมาไม่เคยที่ผิดนี่นา…
สำคัญว่าผิดแล้วรู้จักยอมรับและแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด
สำคัญว่าผิดแล้วสังคม บุคคลรอบข้างให้โอกาสและให้อภัย

นับว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่แคบมากของผู้บริ(ท)หารช่อง 5

ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้? ใคร?ตัดสินล่ะว่าความผิดนั้นควรแก้ไขอย่างไร? ก็เจ้านายเราไง แต่คนร้อยคนก็มีเจ้าร้อยคน ถามว่าคนร้อยคนตัดสินใจเหมือนกันไหม คงมีต่างกันไปมากน้อยไม่เท่ากัน แล้วเจ้านายเราล่ะ จะตัดสินใจยังไงกับเราถ้าทำกาแฟหกใส ่กับเราอ่านนามสกุสเจ้านายของเจ้านายเราอีกทีผิด ควรลงโทษอย่างมีสาระอย่างไร กับอุบัติเหตุอย่างนี้ ส่วนผมไม่รู้ใจคนนั้นสลับซับซ้อนยิ่งกว่าเทคโนโลยีนาโนเสียอีก….นานาจิตตัง
ส่วนคุณ“โบ” ถ้าไม่พลาดก็คงไม่พบรักแท้อย่างพี่ยอด…555

คุณ“โบ”คิดอย่างนี้สิ “งานดีกว่าคนอีกเป็นล้านนะ ดีกว่าคนตกงานอีกเป็นแสน มีโอกาสมากกว่าคนเป็นหมื่น แล้วกำลังใจจากพี่ยอดอีกหนึ่งใจ” แล้วจะมีกำลังใจ
ส่วนผมเป็นหนึ่งในแสนๆๆๆๆที่ตกงาน โอกาสน้อย งบน้อย เรียนน้อย แต่อายุดันมากขึ้น…-*-

รู้สึกว่านายสนใจจะปั่นหุ้นเหลือเกินนะครับ

น้องโบเป็นแค่เพื่อนในวงการสื่อมวลชนเท่านั้น พูดเกินเลยไปเดี๋ยวแฟนเขาจะมากระทืบผม 😛

555….ผมแซวเล่นนะพี่ยอด ถ้าไม่มีBlogผมก็ไม่ได้คุยกับคนในวงการสื่ออย่างพี่ คงได้แต่ดูและฟังตามสื่อ เด็กบ้านนอกอย่างผมดีใจมากนะครับได้คุยกับพี่ยอดผ่านblogนี้
ไม่ใช่แฟนพันธ์แท้แต่ก็ชื่นชมผลงานพี่ยอด ได้สื่อสารกันแค่นี้ก็ดีใจแล้ว…..

โห… ตัดเงินแล้วยังโดนปลด แรงมากๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Blog Visits

  • 152,468 hits
%d bloggers like this: