Suki Media

เล่ห์เหลี่ยมของ DTAC

Posted on: วันเสาร์, 20 มกราคม, 2007

     เรื่องโทรศัพท์มือถือมันช่างวุ่นวายไม่หยุดหย่อน คนที่ไม่ได้ติดตามข่าวสารทุกวัน หรือแม้กระทั่งติดตามข่าวสาร แต่ไม่เข้าใจรายละเอียดดีนัก อาจสงสัยว่าพวกเขาทะเลาะอะไรกันระหว่างบริษัทเอกชนและรัฐวิสาหกิจ

     บริษัทเอกชนที่ว่าก็คือ DTAC และ true move ส่วนรัฐวิสาหกิจก็คือ ทีโอที และ กสท. เรื่องที่ทะเลาะกันก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เพียงแต่สื่อ (ผมโทษสื่อแล้วกัน) ทำให้มันดูซับซ้อนไปอย่างนั้นเอง ยังไงลองอ่านนิทานสั้นๆ ดูนะครับ

     รัฐบาลของประเทศหนึ่งมีหน้าที่ต้องจัดหาสาธารณูปโภคให้แก่ประชาชนในประเทศ ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าเป็นน้ำประปาแล้วกัน แต่การที่จะสร้างระบบจัดการตั้งแต่ต้นจนจบ หรือที่เรียกเป็นภาษาฝรั่งว่า Turn Key นั้น ก็ยากนักหนาและไม่คุ้มค่าสมราคา รัฐบาลจึงตั้งองค์กรรัฐวิสาหกิจขึ้นเพื่อไปสร้างระบบผลิตน้ำประปาและโครงข่ายต่างๆ แล้วก็ไปจ้างเอกชนมาเป็นยี่ปั๊วนำน้ำประปาไปแจกจ่ายให้ประชาชนตามบ้านแต่ละหลังแทน

     ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี แต่จู่ๆ วันหนึ่งบริษัทเอกชนก็บอกว่าจะไม่จ่ายค่าน้ำประปาแล้ว เพราะราคาน้ำแพงเกินไป ขอจ่ายแบบถูกๆ หน่อย รัฐวิสาหกิจบอกว่า ไม่ได้ ก็ในเมื่อทำสัญญาไว้แล้วตั้งแต่ต้น ก็แสดงว่ายอมรับเงื่อนไขทางด้านราคาแล้วนี่ ถ้าไม่จ่ายราคาเดิม ก็ไม่มีน้ำให้หรอก แต่เอกชนก็ไม่ยอมท่าเดียว ยื่นคำขาดว่าถ้าไม่ลดราคาน้ำประปา ประชาชนตาดำๆ ไม่มีน้ำใช้ก็ช่วยไม่ได้นะ

     คำถามคือ คุณคิดว่ารัฐวิสาหกิจจะทำอย่างไร? และใครกำลังเอาประชาชนเป็นตัวประกัน?

     ผมไม่เข้าใจว่าข่าวที่ออกมาตามสื่อต่างๆ ทำไมจึงพุ่งเป้าไปที่รัฐวิสาหกิจว่าเป็นคนผิด โดยเฉพาะทีโอทีซึ่งเป็นเจ้าของโครงข่ายโทรศัพท์ทั้งประเทศ ถูกมองว่าเป็นพวกเห็นแก่ตัว ห่วงแต่เรื่องเงิน ไม่สนใจความเดือนร้อนของประชาชน

     ทั้งๆ ที่ทีโอทีถือหุ้น 100% โดยกระทรวงการคลัง เงินลงทุนในการวางโครงข่ายโทรศัพท์ทั่วประเทศตั้งแต่สมัยเป็นองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยนั้น ก็มาจากภาษีของประชาชนคนไทยนั่นแหละครับ เมื่อวางโครงข่ายโทรศัพท์แล้ว เอกชนรายใดที่มาขอใช้โครงข่ายนั้น ก็ต้องเสียค่าบริการ เพื่อนำรายได้กลับเข้ารัฐ นี่ก็เป็นหลักสากลอยู่แล้ว

     สำหรับ AIS นั้นได้รับสัมปทานจากทีโอทีโดยตรง เสียค่าสัมปทาน ค่าธรรมเนียม และค่าอื่นๆ มากมาย แต่ไม่เสียค่าบริการเชื่อมต่อโครงข่ายที่เรียกว่า Access Charge จะด้วยเหตุผลกลใดนั้น คนส่วนใหญ่ไม่ทราบ อาจเป็นเพราะมาขอสัมปทานเป็นเจ้าแรกจึงไดสิทธิพิเศษ หรือเพราะได้สัมปทานจากทีโอทีโดยตรงจึงสามารถเชื่อมสัญญาณได้โดยไม่ต้องเสียค่าบริการเพิ่ม หรือเพราะมีข้อตกลงอะไรกันตั้งแต่ต้น อันนี้ก็ไม่อาจทราบได้

     ขณะที่คู่แข่งอย่าง DTAC และ true move ได้รับสัมปทานจาก กสท. ซึ่งไม่มีโครงข่ายเป็นของตัวเอง ต้องไปใช้โครงข่ายของทีโอที ซึ่งก็แปลว่าต้องเสียค่าบริการในการเชื่อมต่อโครงข่าย หรือ Access Charge นั่นเอง ค่าบริการนี้ก็แพงเอาการอยู่ครับ แต่ดีแทคกับทรูมูฟก็ยอมรับเงื่อนไขนี้ตั้งแต่แรก โดยมีการเซ็นสัญญากันเป็นที่เรียบร้อย

     ต่อมาการแข่งขันของโทรศัพท์มือถือค่ายต่างๆ เริ่มรุนแรงขึ้น เอไอเอสซึ่งทำตลาดมานานกว่า มีลูกค้าในมือมากกว่า และต้นทุนต่ำกว่าเพราะไม่ต้องเสียค่า Access Charge ให้ทีโอที ก็ย่อมได้เปรียบคู่แข่งหลายประการ ทั้ง DTAC และ true move ต่างก็งัดกลยุทธ์ด้านการตลาดมาใช้กันอุตลุด พยายามหาทุกวิถีทางในการเพิ่มรายได้ แต่ยังไงๆ ก็สู้ AIS ไม่ได้อยู่ดี

     ค่าย true เองต้องหันไปใช้วิธีใหม่ งัดกลยุทธ์ Convergence มาใช้ โดยเอาทุกธุรกิจที่มีอยู่ในมือทั้งทรูมูฟ ยูบีซี ทรูอินเทอร์เน็ต ทรูมันนี่ ทรูไลฟ์ และลามไปถึงเซเว่นอีเลฟเว่น มาเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน หัวเรือใหญ่ของทรูอย่าง ศุภชัย เจียรวนนท์ บอกว่า การจะอยู่รอดได้ true ต้องหันมาเล่นเกมของตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมาก็ดูเข้าท่าดีครับ เพราะทุกวันนี้หันไปทางไหนเราก็จะเห็นผลิตภัณฑ์ของ true เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันไปเสียหมด

     ขณะที่ค่าย DTAC มีธุรกิจหลักคือมือถือเพียงอย่างเดียว จะไป Convergence กับอะไรก็ไม่ได้ เพิ่มรายได้ก็ไม่ค่อยกระเตื้อง จึงต้องหาทางลดต้นทุนแทน มองไปมองมา ต้นทุนที่สูงที่สุดก็ไอ้ค่า Access Charge นี่แหละที่จะต้องลดโดยด่วน ซึ่ง Access Charge สำหรับระบบ Post-Paid ต้องจ่าย 200 บาทต่อเลขหมายต่อเดือน ส่วนระบบ Pre-Paid ก็ประมาณ 18-20% ของรายได้ ที่สำคัญคือ ขณะนี้ DTAC มีลูกค้าถึง 12 ล้านเลขหมาย คิดดูแล้วกันว่าเงินที่ต้องนำส่งทีโอทีแต่ละเดือนจะสูงถึงกี่พันล้านบาท

     วิธีการง่ายๆ ของ DTAC ก็คือทำยังไงก็ได้ให้ทีโอทีลดค่า Access Charge ลง ตอนแรก DTAC กับ true move เลยออกมาโจมตี AIS ว่าเอาเปรียบเจ้าอื่นเพราะไม่ต้องจ่าย Access Charge รัฐบาลต้องให้ความเป็นธรรมกับค่ายอื่นด้วย แต่สุดท้ายไม่ได้ผลครับ เพราะ AIS ตอบโต้ DTAC ด้วยข้อมูลที่หลายคนก็ไม่เคยรู้มาก่อน ว่าจริงๆ แล้ว DTAC ได้รับสัมปทานคลื่นโทรศัพท์ไปมากที่สุด แถมไปขายต่อให้บริษัทอื่นอีกด้วย จากนั้นเรื่องจึงเงียบไป จนกระทั่ง กทช. ออกกฎใหม่ ให้มีการจ่ายค่าใช้บริการโครงข่ายแบบ Interconnection Charge ซึ่งนับว่าเป็นช่องทางสำคัญที่เปิดให้ DTAC กลับมาโจมตีรัฐอีกครั้ง

     เพราะมีคำถามตามมามากมายว่า Interconnection Charge นั้น ต่างกับ Access Charge อย่างไร และใครที่ต้องเป็นผู้จ่ายค่าบริการนี้…รัฐวิสาหกิจผู้ให้สัมปทาน หรือเอกชนผู้รับสัมปทานกันแน่ กทช.ผู้ออกกฎก็ไม่อธิบายให้ชัดเจน ขณะที่ DTAC ก็บอกว่า กทช.มีอำนาจสูงสุด เมื่อออกกฎใหม่ ทุกฝ่ายก็ต้องทำตามกฎใหม่นี้ คือยกเลิก Access Charge และหันมาจ่าย Interconnection Charge แทน ขณะที่ทีโอทีก็บอกว่า เอกชนมั่ว กฎใหม่ก็ส่วนกฎใหม่ กฎเก่าสัญญาเก่าก็ยังคงอยู่ ไม่ได้มีคำสั่งยกเลิกแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นค่า Access Charge ก็ต้องจ่ายตามเดิม

     ที่แน่ๆ ระหว่างที่เถียงกันไปเถียงกันมา DTAC เอาเบอร์โทรศัพท์ที่ได้ใหม่ 1,500,000 เลขหมาย ไปขายให้ลูกค้าเสียก่อน จำนวนหมื่นกว่าเลขหมาย ทั้งๆ ที่ยังเจรจากับทีโอทีไม่ลงตัวว่าตกลงยังต้องจ่าย Access Charge อยู่หรือไม่ และทั้งๆ ที่รู้ว่าทีโอทียังไม่เชื่อมสัญญาณโทรศัพท์ให้ก็ยังไปขายซิมให้ลูกค้า แถม DTAC ยังติดสติ๊กเกอร์ไปพร้อมกับซิมใหม่ด้วยว่า ซิมนี้โทรเข้าเบอร์บ้านไม่ได้นะ แต่ให้ค่าโทรฟรี 200 บาทต่อเดือน ภายใต้แคมเปญที่ชื่อว่า “ซิมรับผิดชอบ”

     แคมเปญนี้ตั้งชื่อได้น่ารังเกียจนัก เพราะถ้า DTAC รับผิดชอบต่อลูกค้าจริง ทำไมถึงไม่เคลียร์ปัญหากับทีโอทีให้จบเสียก่อนที่จะขายซิมให้ลูกค้า หรือจะฟ้องร้องศาลปกครองให้ตัดสินเพื่อความชัดเจนเสียก่อน จะไม่ดูรับผิดชอบกว่าหรือ แถม DTAC ยังมีพฤติกรรมอันไม่สง่างาม โยนความผิดไปให้ทีโอทีด้วยว่า ถ้าทีโอทีไม่เชื่อมสัญญาณให้ ประชาชนจะเดือดร้อน หรือทีโอทีเห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน ขณะที่ดีแทคอยู่ข้างประชาชน (เลือกตั้งคราวหน้า ผู้บริหารดีแทคไปเล่นการเมืองเลยน่าจะเหมาะกว่า)

     เท่านั้นไม่พอ สื่อต่างๆ ก็ดูเหมือนจะเข้าข้างเอกชนอย่าง DTAC เสียด้วย รวมหัวกันด่าทีโอทีเสียไม่มีดี ทั้งๆ ที่ทีโอทีก็ทำตามสัญญาทุกประการ บางสื่อยิ่งแล้วใหญ่ กลับมองไปว่าทีโอทีเป็นเสือนอนกินมานาน การไม่เชื่อมต่อสัญญาณโทรศัพท์ให้ก็เพียงเพราะห่วงรายได้ก้อนโตที่จะหลุดลอยไปเท่านั้นเอง แต่สื่อนี้คงลืมไปกระมังครับว่าผู้ถือหุ้นทั้งหมดของทีโอทีก็คือกระทรวงการคลัง เงินรายได้ของทีโอทีก็คือเงินเข้ารัฐ เป็นรายได้ของประเทศชาติ ไม่ใช่ของเอกชนคนใดคนหนึ่งเลย คำถามที่ต้องถามสื่อนี้หนักๆ ก็คือ ทีโอทีผิดตรงไหนที่รักษาสัญญาการให้สัมปทานโดยไม่บิดพลิ้ว?

     แต่งานนี้ทีโอทีก็พลาดจริงๆ นั่นแหละครับ เพราะดันไปตกหลุมพรางที่ DTAC วางเอาไว้ โดยชิงขายซิมก่อน แล้วเอาประชาชนเป็นข้ออ้าง ที่สำคัญศาลปกครองก็ตัดสินให้ทีโอทีเชื่อมสัญญาณโทรศัพท์ให้ DTAC ไปแล้ว เลยดูเหมือนทีโอทีผิดและดีแทคถูก แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปครับ เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด

     หากตอนแรกทีโอทีวางแผนให้ดี แก้เกมของ DTAC ด้วยการให้ กสท. ซึ่งเป็นผู้ให้สัมปทานของ DTAC รับภาระค่า Access Charge แล้วเชื่อมสัญญาณให้ไปก่อน จากนั้นค่อยไปตามฟ้อง DTAC เอาทีหลังว่าผิดสัญญา ก็คงจะไม่พลาดพลั้งเช่นนี้ คณะกรรมการบอร์ดทีโอทีก็คงไม่ต้องลาออกกันทั้งหมดแบบนี้ด้วย

     นี่ก็เป็นบทเรียนครับ สำหรับรัฐวิสาหกิจที่ตามเกมของเอกชนไม่ทัน แต่ที่สำคัญคืออยากจะเตือนสื่อทั้งหลายว่าอย่าหลงกลบริษัทเอกชนเหมือนทีโอทีแล้วกัน ไม่อย่างนั้นผลประโยชน์ของชาติจะเสียไปอย่างไม่น่าให้อภัย อย่าลืมนะครับว่ารายได้จากค่า Access Charge ที่ทีโอทีได้รับจากเอกชนนั้น ปีหนึ่งนับหมื่นล้านบาท เป็นรายได้ที่รัฐจะได้รับเข้าคลังไปเต็มๆ ถ้ารายได้ตรงนี้ไม่เข้ากระเป๋ารัฐแล้ว คุณคิดว่าเงินจะไปเข้ากระเป๋าใคร…ถ้าไม่ใช่บริษัทเอกชน (ตามทฤษฎีฟิสิกส์…วัตถุไม่สูญหายไปไหน 555)

***** อ่านความจริงเรื่อง Interconnection Charge ว่ามีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร มีกรณีตัวอย่างของการบริหารจัดการโครงข่ายโทรศัพท์มือถือของประเทศกัมพูชา ให้เรียนรู้กันที่ http://www.bigpond.com.kh/users/communications/interconnection.htm แล้วคุณจะรู้ว่าการเปลี่ยนไปจ่าย Interconnection Charge ผู้ได้ประโยชน์อาจไม่ใช่ประชาชน แต่เป็นบริษัทเอกชนผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือนั่นเอง แต่ถ้ารัฐบาลออกกฎให้รัดกุมก็ป้องกันการเอาเปรียบของเอกชนได้ครับ

Advertisements

7 Responses to "เล่ห์เหลี่ยมของ DTAC"

ไม่ใช้ AIS ตั้งแต่พี่แม้วแกซุกหุ้นรอบแรก (ตอนแกเป็นนายกใหม่ ๆ )

ใช้แต่ DTAC มาตลอด รู้สึกดี ๆ กับแคมเปญทางการตลาดที่ค่ายนี้ใช้มาตลอด ภาพที่ออกมาแลดูเป็นกันเอง เข้าถึงง่ายดี (แต่เราก็ไม่เคยสนใจใช้โปรโมชั่นต่าง ๆ นานา ทั้งหลายที่ออกมาเท่าไหร่หรอก ใช้ไปตามมีตามเกิดนั่นแหละ มันเยอะแยะซะจนขี้เกียจตาม ปวดหมอง)

ส่วน True Move เราก็ไม่ชอบเพราะใช้กลยุทธ์แบบเห็นแก่ตัวไปหน่อย Convergence เฉพาะพวกฉัน พวกเราเท่านั้น

เท่าที่พอจะได้ติดตามข่าวนี้มาบ้างในระยะนี้ มีผลทำให้เรารู้สึกติดลบกับ DTAC มากขึ้นนะ เรากลับไม่รู้สึกว่าเห็นอกเห็นใจ DTAC เลย เล่นเกมแบบนี้เค้าเรียกว่ามัดมือชก TOT หรือจะเรียกว่าจับประชาชน (ลูกค้า) เป็นตัวประกันก็ว่าได้

แปลกใจเหมือนกันนะว่าทำไมเมื่อก่อน DTAC ก็จ่ายให้ TOT ได้มาตลอดนี่น่า ตอนทำสัญญาก็ไม่ทักท้วง ตอนแม้วอยู่ก็ไม่ยักจะโวยวาย (มากที่สุดก็บ่นงึมงัม ๆ)

วันก่อนดูรายการเล่าข่าวตอนเช้าของสรยุทธ์ เค้าเอาผู้บริหารของ DTAC กับ TOT มาโต้กัน ฟังแล้วทาง tot อ่อนเกมในแง่ของความเจนจัดในการอธิบายแจกแจงข้อมูลผ่านสื่อกว่า DTAC เยอะ แต่เราเข้าใจและเห็นใจ tot เค้านะ (และเราชอบเชียร์มวยรอง 555)

ผู้บริหาร DTAC แกเล่นอ้างแต่เหตุผลว่า โปรดักส์นี้เป็นบริการสาธารณะ ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น ยังไงก็ต้องคำนึงถึงลูกค้าเป็นสำคัญก่อน ถ้า tot ไม่เชื่อมสัญญาณให้ก่อนตอนนี้ tot เป็นฝ่ายผิดนะ พี่แกเล่นโยนเกมให้ tot เป็นตัวร้ายไปเลย

สรุปว่าคือ ยังไง ๆ TOT ก็ต้องถูกบีบให้เชื่อมสัญญาณให้กับลูกค้าอยู่ดี

DTAC เค้ามองออกว่ายังไง ๆ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็ต้องเข้าข้าง เข้าทาง DTAC มากกว่า เพราะตามหลักคิดโดยพื้น ๆ ในระยะสั้น ๆ แล้ว คนเราก็มักต้องเห็นแก่ผลประโยชน์ที่ใกล้ชิดตัวเองมากที่สุดก่อน ก่อนจะมองเห็นอะไรที่ไกลตัว (นั่นเป็นเหตุผลเดียวกับที่ทำไมคนอเมริกันจึงยังเลือก จอร์จ บุช ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว อ้าว !! นอกเรื่องซะแล้ว ขอโทษที :D)

เฮ้อ.. ตกลงแล้วเราจะใช้มือถือค่ายไหนกันดี ถึงจุดที่ชีวิตไม่มีทางเลือกอีกแล้วหรือนี่ 555

เห็นหน้าซิคเว่แล้วไม่ปลื้มจริงๆ

TOT เป็นบริษัทมหาชนไปแล้วนี่นาครับ

website ก็ใช้ .co.th แล้วด้วย

บริษัทมหาชนที่มีรัฐบาลถือหุ้นไงครับ
จะถือหุ้น 100% หรือถือหุ้นส่วนใหญ่แบบ ปตท. ทอท. หรืออะไรก็ตาม มันก็ยังเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่นั่นเอง

ผมว่าเจ้าของกระทู้เขียนไม่เคลียร์นะครับ แต่หากคิดดี ๆ ถ้าดีแทคและทรูมูฟจ่ายค่าทั้ง เอซี และ ไอซี ให้ ทีโอที ต้นทุนก็สูงขึ้น ค่าบริการก็สูงขึ้น ส่วนเอไอเอส เสียค่า ไอซี อย่างเดียว ก็สบายดีครับ ค่าบริการก็ถูกกว่าเพื่อน คนก็แห่กันไปใช้เอไอเอสกันหมด และดีแทคกับทรูมูฟจะแข่งทำไมครับ ส่วนที่เจ้าของกระทู้อ้างว่า ทำไมดีแทคและทรูมูฟ ไม่ทักท้วงตั้งแต่ทำสัญญาเชื่อมต่อกับทีโอทีตั้งแต่ครั้งแรกนั้น ก็เพราะว่าตอนนั้นยังไม่มีค่า ไอซี นี่ครับ นี่เล่นให้จ่ายทั้ง 2 อย่าง ตายอย่างเดียว งั้น ก็ให้เอไอเอสทำคนเดียวดีกว่า จะได้ใช้บริการแบบเดิม คือ นาทีละ 5 บาท ต่างจังหวัดนาทีละ 12 บาท ดีกว่ามั้ยครับ มันจะได้รวย ๆ กัน

คุณ chart เข้าใจผิดนะครับ

ที่ผมบอกว่าทำไมดีแทคและทรูมูฟไม่ทักท้วงตั้งแต่ต้น หมายความว่าทำไมไม่ทักท้วงถึงสาเหตุที่ต้องจ่ายค่า access charge ขณะที่เอไอเอสไม่ต้องจ่าย เมื่อดีแทคและทรูมูฟเซ็นสัญญายอมจ่ายค่า access charge นั่นแสดงว่าทั้งสองค่ายยอมรับเงื่อนไขการลงทุนแล้ว และการที่ตอนหลังมีค่าไอซีเพิ่มขึ้นมา มันคือเรื่องที่ไม่มีใครจะทราบอนาคตได้ ถือว่าเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจโดยปกติครับ ส่วนการเพิ่มค่าไอซี หรือควรยกเลิกค่าเอซีหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องให้ศาลตัดสิน

ที่คุณ chart ชี้แจงนั้น คนละเรื่องกันครับ

แล้วทำไม AIS ถึงไม่ต้องจ่ายค่า Access Charge นึกถึงตรงนี้กันบ้างมั้ย? ทำไมไม่ออกมาตอบกันให้เคลียร์? (ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน? ถ้ายังตอบตรงนี้ยังไม่ได้ก็อย่าไปว่าค่ายอื่นๆ เค้าเลย)เพราะฉะนั้นถ้าจะว่าว่าเอกชนเห็นแกตัว ไม่รับผิดชอบ ค่ายแรกที่ตรงข่ายที่สุดก็เห็นจะเป็น AIS นี้แหละ!! ก่อนเพื่อนเลยยยย….

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Blog Visits

  • 153,172 hits
%d bloggers like this: