Suki Media

โรนินหรือสุนัขรับใช้

Posted on: วันอังคาร, 16 มกราคม, 2007

     ทักษิณหลุดจากอำนาจ “อย่างเป็นทางการ” ไปแล้ว แต่ยังมีอำนาจ “อย่างไม่เป็นทางการ” เหลืออยู่หรือไม่ ลิ่วล้อทักษิณย่อมรู้ดี และถ้าว่ากันตามจริงแล้ว คนไทยทั่วไปก็รู้ดีว่าอดีตนายกฯ ผู้นี้ยังแรงดีไม่มีตก แม้จะวิ่งรอกไปทั่วภูมิภาคแล้ว ยังมีแรงทำตัวเป็นข่าวทั้งทางตรงและทางอ้อมอีกด้วย โดยทางตรงก็อย่างเช่นเมื่อคืนนี้ที่ทักษิณพูดผ่านสื่อระดับโลกอย่าง CNN แต่คนไทยอดดู และทางอ้อมก็ด้วยการให้ลิ่วล้อออกมาประโคมข่าว

     ลิ่วล้อเหล่านี้หากจะทำตัวดีมีสาระ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมหาศาล แต่สังคมไทยต้องเสียทรัพยากรบุคคลอันมีค่าไป เพียงเพราะว่าหลงผิดต่อบุคคลที่ขาดคุณธรรมไปเพียงคนเดียว

     มีคำแนะนำไปยังลิ่วล้อทักษิณ 10 ประการ เผื่อกระตุกรอยหยักในสมองได้สักลิ่มหนึ่งครับ

สุนัขรับใช้     1. ลิ่วล้อที่ว่างงานอย่าง “สองจตุ” ทั้งจตุพรและจาตุรนต์ ควรสำเหนียกว่าตัวเองไม่ใช่โรนิน หรือซามูไรไร้สังกัดหลังหัวหน้าตาย แต่เป็นสุนัขรับใช้ไร้เจ้าของต่างหาก

     2. การออกมาร้องป่าวทุกครั้งที่มีข่าวพาดพิงทักษิณและพรรคไทยรักไทย เป็นการเสียพื้นที่ข่าวและเปลืองกระดาษหนังสือพิมพ์ไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะสิ่งที่พูดนั้นหาสาระอันใดมิได้

     3. จริงอยู่ที่ประชาชนทุกคนมีสิทธิอันชอบธรรมในการพูดและวิจารณ์ ตราบใดที่ไม่พาดพิงถึงสิทธิของผู้อื่น แต่สำนึกของคุณธรรมและข้อเท็จจริงนั้น สร้างความแตกแยกของสังคมมามากแล้ว หากจาตุรนต์พูดว่า คมช.ปิดปากและแทรกแซงสื่อ แล้วตลอด 6 ปีที่แล้วในรัฐบาลทักษิณ ปากจาตุรนต์ถูกเย็บไว้หรืออย่างไร คนไทยที่ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือพิมพ์ เขารู้กันทั้งเมืองว่ายุคนั้นสื่อถูกปิดกั้น แต่จาตุรนต์กลับไม่รู้ ก็แปลกดี

     4. หากนพดลจบกฎหมายมาจากสถาบันชื่อดัง ก็ควรสำนึกในบุญคุณการศึกษาและน่าจะหวนคิดถึงชั้นเรียนในชั่วโมงจริยธรรม ที่สอนถึงการเป็นนักกฎหมายที่ดีและมีคุณธรรม หากการได้รับค่าจ้างอันสูงลิ่ว ส่งผลให้จริยธรรมเสื่อมลง ก็น่าเสียใจแทนพ่อแม่ที่ส่งเสียให้ลูกเรียน

     5. ชื่อ “นพดล” อาจได้รับการพูดถึงในวงการกฎหมายและสังคม แต่อนาคตการเป็นนักกฎหมายอาจตกต่ำ ไม่แตกต่างจากสุวรรณที่เสียรังวัดไปจากการปกป้องการขายหุ้นชินคอร์ปให้เทมาเส็ก จนบุญเก่าที่ทำมาแทบไม่ช่วยอะไร หนังสือ “เสียภาษีก็รวยได้” แค่เห็นหัวหนังสือก็ละอายใจแทน

     6. จิ๋วหวานเจี๊ยบ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง แต่กลับทำตัวให้เด็กถอนหงอกตลอดเวลา เรื่องโบกี้รถไฟ เรื่องถูกลอบสังเกตการณ์ เรื่องน้อยใจ คมช. ไม่เข้าอวยพร และเรื่องไม่เป็นเรื่องเหล่านี้ น่าจะเป็นเรื่องจัดฉากเพื่อส่งต่อไปยังเรื่องใหญ่อื่นๆ ที่วางแผนไว้แล้ว หรืออาจจะไม่มีอะไรก็เป็นได้ แต่ขงเบ้งผู้นี้ก็ยังสร้างความอึดอัดให้สังคมไทยต่อไปว่าอยู่เบื้องหลังระเบิดวันสิ้นปีหรือเปล่า อยากรู้ไหมว่าทำไมคนไทยสงสัย

     7. อชิรวิทย์ นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ แต่ผลงานชั้นนายสิบ เห็น IRK เป็น IRA ไปเสียฉิบ นึกไม่ถึงว่าไม่มีข้อมูลแต่ก็ให้ข่าวกับเขาได้ด้วยเหมือนกัน แต่ก็เข้าใจได้ เพราะหน้าที่โฆษกก็คือ “พูด” ถ้าไม่ทำหน้าที่พูด ก็ไม่รู้จะทำหน้าที่อะไร แต่สิ่งที่รับไม่ได้ที่สุดคือ การเรียกร้องให้สมานฉันท์กันหลังเกิดเหตุระเบิดวันสิ้นปี

     8. ไม่ทราบว่าอชิรวิทย์เรียกร้องให้ใครสมานฉันท์กับใคร ญาติผู้เสียชีวิตสมานฉันท์กับคนร้าย? ผู้บาดเจ็บสมานฉันท์กับผู้วางระเบิด? ชาวต่างชาติสมานฉันท์กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย? หรือ คมช. สมานฉันท์กับ ทรท. อยากแนะนำให้ท่านโฆษกสมานฉันท์ให้ถูกที่ถูกทางด้วยครับ

     9. สิงคโปร์เป็นประเทศเล็ก แต่ใจใหญ่ ทำธุรกิจไปทั่วโลก แถมประสบความสำเร็จมานักต่อนัก แต่มาพลาดอย่างจังกับดีลชินคอร์ป ก็ยังไม่เข็ด ยังติดต่อเจรจาต้าอ่วยกับตระกูลชินอยู่เนืองๆ จะด้วยเหตุผลอะไรนั้นคนไทยรู้บ้าง ไม่รู้บ้าง แต่ที่แน่ๆ สิงคโปร์เสียภาพลักษณ์ของการเป็นประเทศที่เฉียบขาด มีคุณธรรม และ “เจริญ” ในสายตาของคนไทยไปแล้ว จึงขอเตือนให้คิดให้ดีหากจะทำธุรกิจกับตระกูลชินนี้อีก

     10. สื่อที่นำเรื่องราวของทักษิณมาตีแผ่ มีความชอบธรรมในการทำหน้าที่อย่างแน่นอน หากการตีแผ่นั้นมีความรอบด้านและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย คนไทยไม่ต้องเรียกหาความเป็นกลาง เพราะมันไม่มีอยู่จริงในโลกนี้ เพียงแต่ของให้ “เป็นธรรม” ก็พอ สื่อที่ดีจึงวางตัวลำบากนัก เพราะบางคนบอกว่า ที่ว่า “เป็นธรรม” นั้น เป็นธรรมกับใคร ส่วนสื่อที่เลวก็วางตัวลำบากเช่นกัน เพราะแยกไม่ออกว่าแบบไหนจึงจะเป็นสื่อที่ดีได้

Advertisements

3 Responses to "โรนินหรือสุนัขรับใช้"

เห็นหน้านายทักษิณผ่านทาง CNN เมื่อตอนสายของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
พูดได้คำเดียว…เอือม

ไม่รู้ว่าทั้งสุวรรณและนพดลใช้สมองส่วนไหนคิดชั่งน้ำหนัก ก่อนตัดสินใจรับงานจากตระกูลนี้

ส่วนแก่เสื่อมอย่างจิ๋วก็น่าจะอยู่บ้านเฉยๆ ได้แล้ว
เพราะพูดออกมาแต่ละครั้ง ฟังไม่รูเรื่องเลย

อชิรวิทย์อีกคน น่าเบื่อตั้งแต่ชักชวนให้เปิดไฟหน้ารถแล้ว
แถมยังมาบอกอีกว่า…การชุมนุมทำให้ตำรวจเหนื่อย

อ้อ ลืมบอกไปค่ะ
เห็นด้วยอย่างยิ่งที่บอกว่า “ความเป็นกลางไม่มีในโลก”
เราเองก็ไม่มีความเป็นกลางเช่นกัน

เป็นคำถามโลกแตกไปแล้วสำหรับวงการสื่อ
ว่า “ความเป็นกลาง” เป็นอย่างไร และมีอยู่จริงไหม

ผมว่าเป็นการเสียเวลาที่จะมาหาคำตอบกับเรื่องแบบนี้
รวมทั้งเรื่อง “ความเป็นธรรม” ก็หาได้ยากยิ่งเช่นกัน
ความจริงทั้งความเป็นกลางและความเป็นธรรม
อาจไม่ใช่ประเด็นเลย
ขอแค่มี “จุดยืน” น่าจะเป็นพื้นฐานเริ่มต้นของการเป็นสื่อที่รู้จักหน้าที่
แต่หลายครั้งสื่อไม่มีสิ่งนี้ กลับ “พลิ้ว” ได้ตามสถานการณ์
ซึ่งมันไร้สาระสำหรับผม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Blog Visits

  • 153,172 hits
%d bloggers like this: