<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Suki Media &#187; เศรษฐกิจคิดลึกลึก</title>
	<atom:link href="http://baramee.wordpress.com/category/%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://baramee.wordpress.com</link>
	<description>where you become wise</description>
	<lastBuildDate>Thu, 22 Nov 2007 11:06:44 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='baramee.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/8847f0b2e7444edc74d01cf11c6ce522?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Suki Media &#187; เศรษฐกิจคิดลึกลึก</title>
		<link>http://baramee.wordpress.com</link>
	</image>
			<item>
		<title>เล่ห์เหลี่ยมของ DTAC</title>
		<link>http://baramee.wordpress.com/2007/01/20/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-dtac/</link>
		<comments>http://baramee.wordpress.com/2007/01/20/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-dtac/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 20 Jan 2007 16:08:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>baramee</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมืองเรื่องสนุก]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจคิดลึกลึก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://baramee.wordpress.com/2007/01/20/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-dtac/</guid>
		<description><![CDATA[     เรื่องโทรศัพท์มือถือมันช่างวุ่นวายไม่หยุดหย่อน คนที่ไม่ได้ติดตามข่าวสารทุกวัน หรือแม้กระทั่งติดตามข่าวสาร แต่ไม่เข้าใจรายละเอียดดีนัก อาจสงสัยว่าพวกเขาทะเลาะอะไรกันระหว่างบริษัทเอกชนและรัฐวิสาหกิจ
     บริษัทเอกชนที่ว่าก็คือ DTAC และ true move ส่วนรัฐวิสาหกิจก็คือ ทีโอที และ กสท. เรื่องที่ทะเลาะกันก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เพียงแต่สื่อ (ผมโทษสื่อแล้วกัน) ทำให้มันดูซับซ้อนไปอย่างนั้นเอง ยังไงลองอ่านนิทานสั้นๆ ดูนะครับ
     รัฐบาลของประเทศหนึ่งมีหน้าที่ต้องจัดหาสาธารณูปโภคให้แก่ประชาชนในประเทศ ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าเป็นน้ำประปาแล้วกัน แต่การที่จะสร้างระบบจัดการตั้งแต่ต้นจนจบ หรือที่เรียกเป็นภาษาฝรั่งว่า Turn Key นั้น ก็ยากนักหนาและไม่คุ้มค่าสมราคา รัฐบาลจึงตั้งองค์กรรัฐวิสาหกิจขึ้นเพื่อไปสร้างระบบผลิตน้ำประปาและโครงข่ายต่างๆ แล้วก็ไปจ้างเอกชนมาเป็นยี่ปั๊วนำน้ำประปาไปแจกจ่ายให้ประชาชนตามบ้านแต่ละหลังแทน
     ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี แต่จู่ๆ วันหนึ่งบริษัทเอกชนก็บอกว่าจะไม่จ่ายค่าน้ำประปาแล้ว เพราะราคาน้ำแพงเกินไป ขอจ่ายแบบถูกๆ หน่อย รัฐวิสาหกิจบอกว่า ไม่ได้ ก็ในเมื่อทำสัญญาไว้แล้วตั้งแต่ต้น ก็แสดงว่ายอมรับเงื่อนไขทางด้านราคาแล้วนี่ ถ้าไม่จ่ายราคาเดิม ก็ไม่มีน้ำให้หรอก แต่เอกชนก็ไม่ยอมท่าเดียว ยื่นคำขาดว่าถ้าไม่ลดราคาน้ำประปา ประชาชนตาดำๆ ไม่มีน้ำใช้ก็ช่วยไม่ได้นะ
     คำถามคือ คุณคิดว่ารัฐวิสาหกิจจะทำอย่างไร? และใครกำลังเอาประชาชนเป็นตัวประกัน?
     ผมไม่เข้าใจว่าข่าวที่ออกมาตามสื่อต่างๆ ทำไมจึงพุ่งเป้าไปที่รัฐวิสาหกิจว่าเป็นคนผิด โดยเฉพาะทีโอทีซึ่งเป็นเจ้าของโครงข่ายโทรศัพท์ทั้งประเทศ ถูกมองว่าเป็นพวกเห็นแก่ตัว ห่วงแต่เรื่องเงิน ไม่สนใจความเดือนร้อนของประชาชน
     ทั้งๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=baramee.wordpress.com&blog=511533&post=126&subd=baramee&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><font face="arial,helvetica,sans-serif">     เรื่องโทรศัพท์มือถือมันช่างวุ่นวายไม่หยุดหย่อน คนที่ไม่ได้ติดตามข่าวสารทุกวัน หรือแม้กระทั่งติดตามข่าวสาร แต่ไม่เข้าใจรายละเอียดดีนัก อาจสงสัยว่าพวกเขาทะเลาะอะไรกันระหว่างบริษัทเอกชนและรัฐวิสาหกิจ</font></p>
<p><font face="Arial"><img border="0" vspace="10" align="left" src="http://www.thaitelecom.com/pub2004/upload/img_press/00000098-dtac_logo.jpg" hspace="10" />     บริษัทเอกชนที่ว่าก็คือ <strong>DTAC</strong> และ <strong>true move</strong> ส่วนรัฐวิสาหกิจก็คือ ทีโอที และ กสท. เรื่องที่ทะเลาะกันก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เพียงแต่สื่อ (ผมโทษสื่อแล้วกัน) ทำให้มันดูซับซ้อนไปอย่างนั้นเอง ยังไงลองอ่านนิทานสั้นๆ ดูนะครับ</font></p>
<p><font face="Arial">     รัฐบาลของประเทศหนึ่งมีหน้าที่ต้องจัดหาสาธารณูปโภคให้แก่ประชาชนในประเทศ ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่าเป็นน้ำประปาแล้วกัน แต่การที่จะสร้างระบบจัดการตั้งแต่ต้นจนจบ หรือที่เรียกเป็นภาษาฝรั่งว่า Turn Key นั้น ก็ยากนักหนาและไม่คุ้มค่าสมราคา รัฐบาลจึงตั้งองค์กรรัฐวิสาหกิจขึ้นเพื่อไปสร้างระบบผลิตน้ำประปาและโครงข่ายต่างๆ แล้วก็ไปจ้างเอกชนมาเป็นยี่ปั๊วนำน้ำประปาไปแจกจ่ายให้ประชาชนตามบ้านแต่ละหลังแทน</font></p>
<p><font face="Arial">     ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี แต่จู่ๆ วันหนึ่งบริษัทเอกชนก็บอกว่าจะไม่จ่ายค่าน้ำประปาแล้ว เพราะราคาน้ำแพงเกินไป ขอจ่ายแบบถูกๆ หน่อย รัฐวิสาหกิจบอกว่า ไม่ได้ ก็ในเมื่อทำสัญญาไว้แล้วตั้งแต่ต้น ก็แสดงว่ายอมรับเงื่อนไขทางด้านราคาแล้วนี่ ถ้าไม่จ่ายราคาเดิม ก็ไม่มีน้ำให้หรอก แต่เอกชนก็ไม่ยอมท่าเดียว ยื่นคำขาดว่าถ้าไม่ลดราคาน้ำประปา ประชาชนตาดำๆ ไม่มีน้ำใช้ก็ช่วยไม่ได้นะ</font></p>
<p><font face="Arial">     คำถามคือ คุณคิดว่ารัฐวิสาหกิจจะทำอย่างไร? และใครกำลังเอาประชาชนเป็นตัวประกัน?</font></p>
<p><font face="Arial">     ผมไม่เข้าใจว่าข่าวที่ออกมาตามสื่อต่างๆ ทำไมจึงพุ่งเป้าไปที่รัฐวิสาหกิจว่าเป็นคนผิด โดยเฉพาะทีโอทีซึ่งเป็นเจ้าของโครงข่ายโทรศัพท์ทั้งประเทศ ถูกมองว่าเป็นพวกเห็นแก่ตัว ห่วงแต่เรื่องเงิน ไม่สนใจความเดือนร้อนของประชาชน</font></p>
<p><font face="Arial">     ทั้งๆ ที่ทีโอทีถือหุ้น 100% โดยกระทรวงการคลัง เงินลงทุนในการวางโครงข่ายโทรศัพท์ทั่วประเทศตั้งแต่สมัยเป็นองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยนั้น ก็มาจากภาษีของประชาชนคนไทยนั่นแหละครับ เมื่อวางโครงข่ายโทรศัพท์แล้ว เอกชนรายใดที่มาขอใช้โครงข่ายนั้น ก็ต้องเสียค่าบริการ เพื่อนำรายได้กลับเข้ารัฐ นี่ก็เป็นหลักสากลอยู่แล้ว</font></p>
<p><font face="Arial">     สำหรับ <strong>AIS</strong> นั้นได้รับสัมปทานจากทีโอทีโดยตรง เสียค่าสัมปทาน ค่าธรรมเนียม และค่าอื่นๆ มากมาย แต่ไม่เสียค่าบริการเชื่อมต่อโครงข่ายที่เรียกว่า <strong>Access Charge</strong> จะด้วยเหตุผลกลใดนั้น คนส่วนใหญ่ไม่ทราบ อาจเป็นเพราะมาขอสัมปทานเป็นเจ้าแรกจึงไดสิทธิพิเศษ หรือเพราะได้สัมปทานจากทีโอทีโดยตรงจึงสามารถเชื่อมสัญญาณได้โดยไม่ต้องเสียค่าบริการเพิ่ม หรือเพราะมีข้อตกลงอะไรกันตั้งแต่ต้น อันนี้ก็ไม่อาจทราบได้</font></p>
<p><font face="Arial">     ขณะที่คู่แข่งอย่าง <strong>DTAC</strong> และ <strong>true move</strong> ได้รับสัมปทานจาก กสท. ซึ่งไม่มีโครงข่ายเป็นของตัวเอง ต้องไปใช้โครงข่ายของทีโอที ซึ่งก็แปลว่าต้องเสียค่าบริการในการเชื่อมต่อโครงข่าย หรือ <strong>Access Charge</strong> นั่นเอง ค่าบริการนี้ก็แพงเอาการอยู่ครับ แต่ดีแทคกับทรูมูฟก็ยอมรับเงื่อนไขนี้ตั้งแต่แรก โดยมีการเซ็นสัญญากันเป็นที่เรียบร้อย </font></p>
<p><font face="Arial">     ต่อมาการแข่งขันของโทรศัพท์มือถือค่ายต่างๆ เริ่มรุนแรงขึ้น เอไอเอสซึ่งทำตลาดมานานกว่า มีลูกค้าในมือมากกว่า และต้นทุนต่ำกว่าเพราะไม่ต้องเสียค่า <strong>Access Charge</strong> ให้ทีโอที ก็ย่อมได้เปรียบคู่แข่งหลายประการ ทั้ง <strong>DTAC</strong> และ <strong>true move</strong> ต่างก็งัดกลยุทธ์ด้านการตลาดมาใช้กันอุตลุด พยายามหาทุกวิถีทางในการเพิ่มรายได้ แต่ยังไงๆ ก็สู้ <strong>AIS</strong> ไม่ได้อยู่ดี</font></p>
<p><font face="Arial">     ค่าย <strong>true</strong> เองต้องหันไปใช้วิธีใหม่ งัดกลยุทธ์ <strong>Convergence</strong> มาใช้ โดยเอาทุกธุรกิจที่มีอยู่ในมือทั้งทรูมูฟ ยูบีซี ทรูอินเทอร์เน็ต ทรูมันนี่ ทรูไลฟ์ และลามไปถึงเซเว่นอีเลฟเว่น มาเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน หัวเรือใหญ่ของทรูอย่าง <strong>ศุภชัย เจียรวนนท์</strong> บอกว่า การจะอยู่รอดได้ <strong>true</strong> ต้องหันมาเล่นเกมของตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมาก็ดูเข้าท่าดีครับ เพราะทุกวันนี้หันไปทางไหนเราก็จะเห็นผลิตภัณฑ์ของ <strong>true</strong> เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันไปเสียหมด</font></p>
<p><font face="Arial">     ขณะที่ค่าย <strong>DTAC</strong> มีธุรกิจหลักคือมือถือเพียงอย่างเดียว จะไป <strong>Convergenc</strong>e กับอะไรก็ไม่ได้ เพิ่มรายได้ก็ไม่ค่อยกระเตื้อง จึงต้องหาทางลดต้นทุนแทน มองไปมองมา ต้นทุนที่สูงที่สุดก็ไอ้ค่า <strong>Access Charge</strong> นี่แหละที่จะต้องลดโดยด่วน ซึ่ง <strong>Access Charge</strong> สำหรับระบบ <strong>Post-Paid</strong> ต้องจ่าย 200 บาทต่อเลขหมายต่อเดือน ส่วนระบบ <strong>Pre-Paid</strong> ก็ประมาณ 18-20% ของรายได้ ที่สำคัญคือ ขณะนี้ <strong>DTAC</strong> มีลูกค้าถึง 12 ล้านเลขหมาย คิดดูแล้วกันว่าเงินที่ต้องนำส่งทีโอทีแต่ละเดือนจะสูงถึงกี่พันล้านบาท</font></p>
<p><font face="Arial">     วิธีการง่ายๆ ของ <strong>DTAC</strong> ก็คือทำยังไงก็ได้ให้ทีโอทีลดค่า <strong>Access Charge</strong> ลง ตอนแรก <strong>DTAC</strong> กับ <strong>true move</strong> เลยออกมาโจมตี <strong>AIS </strong>ว่าเอาเปรียบเจ้าอื่นเพราะไม่ต้องจ่าย <strong>Access Charge</strong> รัฐบาลต้องให้ความเป็นธรรมกับค่ายอื่นด้วย แต่สุดท้ายไม่ได้ผลครับ เพราะ <strong>AIS</strong> ตอบโต้ <strong>DTAC</strong> ด้วยข้อมูลที่หลายคนก็ไม่เคยรู้มาก่อน ว่าจริงๆ แล้ว <strong>DTAC</strong> ได้รับสัมปทานคลื่นโทรศัพท์ไปมากที่สุด แถมไปขายต่อให้บริษัทอื่นอีกด้วย จากนั้นเรื่องจึงเงียบไป จนกระทั่ง กทช. ออกกฎใหม่ ให้มีการจ่ายค่าใช้บริการโครงข่ายแบบ <strong>Interconnection Charge</strong> ซึ่งนับว่าเป็นช่องทางสำคัญที่เปิดให้ <strong>DTAC</strong> กลับมาโจมตีรัฐอีกครั้ง</font></p>
<p><font face="Arial">     เพราะมีคำถามตามมามากมายว่า <strong>Interconnection Charge</strong> นั้น ต่างกับ <strong>Access Charge</strong> อย่างไร และใครที่ต้องเป็นผู้จ่ายค่าบริการนี้&#8230;รัฐวิสาหกิจผู้ให้สัมปทาน หรือเอกชนผู้รับสัมปทานกันแน่ กทช.ผู้ออกกฎก็ไม่อธิบายให้ชัดเจน ขณะที่ <strong>DTAC</strong> ก็บอกว่า กทช.มีอำนาจสูงสุด เมื่อออกกฎใหม่ ทุกฝ่ายก็ต้องทำตามกฎใหม่นี้ คือยกเลิก <strong>Access Charge</strong> และหันมาจ่าย <strong>Interconnection Charge</strong> แทน ขณะที่ทีโอทีก็บอกว่า เอกชนมั่ว กฎใหม่ก็ส่วนกฎใหม่ กฎเก่าสัญญาเก่าก็ยังคงอยู่ ไม่ได้มีคำสั่งยกเลิกแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นค่า <strong>Access Charge</strong> ก็ต้องจ่ายตามเดิม</font></p>
<p align="center"><img src="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/44/44/images/dtac.gif" /></p>
<p><font face="Arial">     ที่แน่ๆ ระหว่างที่เถียงกันไปเถียงกันมา <strong>DTAC</strong> เอาเบอร์โทรศัพท์ที่ได้ใหม่ 1,500,000 เลขหมาย ไปขายให้ลูกค้าเสียก่อน จำนวนหมื่นกว่าเลขหมาย ทั้งๆ ที่ยังเจรจากับทีโอทีไม่ลงตัวว่าตกลงยังต้องจ่าย <strong>Access Charge</strong> อยู่หรือไม่ และทั้งๆ ที่รู้ว่าทีโอทียังไม่เชื่อมสัญญาณโทรศัพท์ให้ก็ยังไปขายซิมให้ลูกค้า แถม <strong>DTAC</strong> ยังติดสติ๊กเกอร์ไปพร้อมกับซิมใหม่ด้วยว่า ซิมนี้โทรเข้าเบอร์บ้านไม่ได้นะ แต่ให้ค่าโทรฟรี 200 บาทต่อเดือน ภายใต้แคมเปญที่ชื่อว่า &#8220;ซิมรับผิดชอบ&#8221;</font></p>
<p><font face="Arial">     แคมเปญนี้ตั้งชื่อได้น่ารังเกียจนัก เพราะถ้า <strong>DTAC</strong> รับผิดชอบต่อลูกค้าจริง ทำไมถึงไม่เคลียร์ปัญหากับทีโอทีให้จบเสียก่อนที่จะขายซิมให้ลูกค้า หรือจะฟ้องร้องศาลปกครองให้ตัดสินเพื่อความชัดเจนเสียก่อน จะไม่ดูรับผิดชอบกว่าหรือ แถม <strong>DTAC</strong> ยังมีพฤติกรรมอันไม่สง่างาม โยนความผิดไปให้ทีโอทีด้วยว่า ถ้าทีโอทีไม่เชื่อมสัญญาณให้ ประชาชนจะเดือดร้อน หรือทีโอทีเห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน ขณะที่ดีแทคอยู่ข้างประชาชน (เลือกตั้งคราวหน้า ผู้บริหารดีแทคไปเล่นการเมืองเลยน่าจะเหมาะกว่า)</font></p>
<p><font face="Arial">     เท่านั้นไม่พอ สื่อต่างๆ ก็ดูเหมือนจะเข้าข้างเอกชนอย่าง <strong>DTAC</strong> เสียด้วย รวมหัวกันด่าทีโอทีเสียไม่มีดี ทั้งๆ ที่ทีโอทีก็ทำตามสัญญาทุกประการ บางสื่อยิ่งแล้วใหญ่ กลับมองไปว่าทีโอทีเป็นเสือนอนกินมานาน การไม่เชื่อมต่อสัญญาณโทรศัพท์ให้ก็เพียงเพราะห่วงรายได้ก้อนโตที่จะหลุดลอยไปเท่านั้นเอง แต่สื่อนี้คงลืมไปกระมังครับว่าผู้ถือหุ้นทั้งหมดของทีโอทีก็คือกระทรวงการคลัง เงินรายได้ของทีโอทีก็คือเงินเข้ารัฐ เป็นรายได้ของประเทศชาติ ไม่ใช่ของเอกชนคนใดคนหนึ่งเลย คำถามที่ต้องถามสื่อนี้หนักๆ ก็คือ ทีโอทีผิดตรงไหนที่รักษาสัญญาการให้สัมปทานโดยไม่บิดพลิ้ว?</font></p>
<p><font face="Arial">     แต่งานนี้ทีโอทีก็พลาดจริงๆ นั่นแหละครับ เพราะดันไปตกหลุมพรางที่ <strong>DTAC</strong> วางเอาไว้ โดยชิงขายซิมก่อน แล้วเอาประชาชนเป็นข้ออ้าง ที่สำคัญศาลปกครองก็ตัดสินให้ทีโอทีเชื่อมสัญญาณโทรศัพท์ให้ <strong>DTAC</strong> ไปแล้ว เลยดูเหมือนทีโอทีผิดและดีแทคถูก แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปครับ เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด<img border="0" vspace="10" align="right" src="http://www.scandasia.com/php/news_images/full_news_252.jpg" hspace="10" /></font></p>
<p><font face="Arial">     หากตอนแรกทีโอทีวางแผนให้ดี แก้เกมของ <strong>DTAC</strong> ด้วยการให้ กสท. ซึ่งเป็นผู้ให้สัมปทานของ <strong>DTAC</strong> รับภาระค่า <strong>Access Charge</strong> แล้วเชื่อมสัญญาณให้ไปก่อน จากนั้นค่อยไปตามฟ้อง <strong>DTAC</strong> เอาทีหลังว่าผิดสัญญา ก็คงจะไม่พลาดพลั้งเช่นนี้ คณะกรรมการบอร์ดทีโอทีก็คงไม่ต้องลาออกกันทั้งหมดแบบนี้ด้วย</font></p>
<p><font face="Arial">     นี่ก็เป็นบทเรียนครับ สำหรับรัฐวิสาหกิจที่ตามเกมของเอกชนไม่ทัน แต่ที่สำคัญคืออยากจะเตือนสื่อทั้งหลายว่าอย่าหลงกลบริษัทเอกชนเหมือนทีโอทีแล้วกัน ไม่อย่างนั้นผลประโยชน์ของชาติจะเสียไปอย่างไม่น่าให้อภัย อย่าลืมนะครับว่ารายได้จากค่า <strong>Access Charge</strong> ที่ทีโอทีได้รับจากเอกชนนั้น ปีหนึ่งนับหมื่นล้านบาท เป็นรายได้ที่รัฐจะได้รับเข้าคลังไปเต็มๆ ถ้ารายได้ตรงนี้ไม่เข้ากระเป๋ารัฐแล้ว คุณคิดว่าเงินจะไปเข้ากระเป๋าใคร&#8230;ถ้าไม่ใช่บริษัทเอกชน (ตามทฤษฎีฟิสิกส์&#8230;วัตถุไม่สูญหายไปไหน 555)</font></p>
<p><font face="Arial">***** อ่านความจริงเรื่อง <strong>Interconnection Charge</strong> ว่ามีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร มีกรณีตัวอย่างของการบริหารจัดการโครงข่ายโทรศัพท์มือถือของประเทศกัมพูชา ให้เรียนรู้กันที่ <a href="http://www.bigpond.com.kh/users/communications/interconnection.htm">http://www.bigpond.com.kh/users/communications/interconnection.htm</a> แล้วคุณจะรู้ว่าการเปลี่ยนไปจ่าย <strong>Interconnection Charge</strong> ผู้ได้ประโยชน์อาจไม่ใช่ประชาชน แต่เป็นบริษัทเอกชนผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือนั่นเอง แต่ถ้ารัฐบาลออกกฎให้รัดกุมก็ป้องกันการเอาเปรียบของเอกชนได้ครับ</font></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/baramee.wordpress.com/126/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/baramee.wordpress.com/126/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/baramee.wordpress.com/126/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/baramee.wordpress.com/126/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/baramee.wordpress.com/126/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/baramee.wordpress.com/126/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/baramee.wordpress.com/126/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/baramee.wordpress.com/126/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/baramee.wordpress.com/126/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/baramee.wordpress.com/126/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/baramee.wordpress.com/126/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/baramee.wordpress.com/126/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=baramee.wordpress.com&blog=511533&post=126&subd=baramee&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://baramee.wordpress.com/2007/01/20/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-dtac/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">baramee</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.thaitelecom.com/pub2004/upload/img_press/00000098-dtac_logo.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/44/44/images/dtac.gif" medium="image" />

		<media:content url="http://www.scandasia.com/php/news_images/full_news_252.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>ยิ่งกว่าเจ็บตัว</title>
		<link>http://baramee.wordpress.com/2006/11/09/31/</link>
		<comments>http://baramee.wordpress.com/2006/11/09/31/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Nov 2006 04:25:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>baramee</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเมืองเรื่องสนุก]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจคิดลึกลึก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://baramee.wordpress.com/2006/11/09/31/</guid>
		<description><![CDATA[       เพียงแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้นที่คุณ พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร ขึ้นมาเป็นผู้กุมอำนาจในการบริหาร อสมท. พนักงานองค์กรสื่อแห่งนี้นับร้อยๆ คน ก็ลุกขึ้นมาต่อต้านและถามหาความชอบธรรมในกระแสข่าวที่จะมีการปรับผังรายการ และแนวทางการบริหารงานที่จะมีการเปลี่ยนจาก &#8220;สังคมอุดมปัญญา&#8221; เป็น &#8220;สัมมาปัญญา&#8221;
      หลายคนคงจะติดตามข่าวทางทีวี วิทยุ และหนังสือพิมพ์มาพอสมควรแล้ว ผมคงไม่จำเป็นต้องเล่าซ้ำซากอีก แต่ผมมีบรรยากาศเบื้องหลังมาเล่าสู่กันฟังสนุกๆ ให้พอทราบถึงที่มาที่ไป และให้ผู้อ่านตัดสินใจเองว่าเรื่องนี้ควรเชื่อหรือไม่ควรเชื่อใคร และคาดเดาว่าเหตุการณ์นี้น่าจะจบแบบใด
      เมื่อวานนี้ผมมีโอกาสไปนั่งฟังคำให้การ เอ้อ ไม่ใช่สิ คำแถลงการณ์ของบรรดาผู้บริหารในบอร์ด อสมท. รวมทั้งคุณพงษ์ศักดิ์ด้วย พนักงานหลายร้อยคนนั่งฟังในหอประชุมจนล้นออกมานอกห้อง บ้างก็ปรบมือ ส่งเสียงเชียร์ บ้างก็ตะโกนและโห่ร้องต่างๆ นานา พอที่จะจับ &#8220;ใจความแห่งบรรยากาศ&#8221; ได้ว่าพนักงานทั้งหลายคงไม่ถูกใจผู้บริหารอย่างคุณพงษ์ศักดิ์อยู่มาก
      สาเหตุก็คงรู้ๆ กันอยู่ในเรื่องที่มีข่าวว่าคุณพงษ์ศักดิ์ หรือ อ.ป๋อง ของนักศึกษาสื่อมวลชนในหลายสถาบันนั้น จะปรับผังรายการในช่องโมเดิร์นไนน์ โดยมีหลายรายการที่โด่งดังถูกปรับออก เช่น กบนอกกะลา และคุยคุ้ยข่าว รวมทั้งจะมีการดึงผู้จัดรายการหลายคนเข้าไปทำรายการใหม่แทน
      ในสายตาของพนักงาน อสมท. นั้น พุ่งเป้าไปที่ค่ายผู้จัดการเป็นหลัก ที่มีความไม่ชอบมาพากลในเรื่องของผลประโยชน์ และความสัมพันธ์อันดีกับ อ.ป๋อง เพราะในระหว่างที่อยู่ในหอประชุม พนักงาน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=baramee.wordpress.com&blog=511533&post=31&subd=baramee&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><img vspace="10" align="left" width="150" src="http://www.presscouncil.or.th/th2/images/stories/committee/phongsak.jpg" hspace="10" alt="พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร" height="225" style="width:150px;height:225px;" />       เพียงแค่สัปดาห์เดียวเท่านั้นที่คุณ <strong>พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร</strong> ขึ้นมาเป็นผู้กุมอำนาจในการบริหาร อสมท. พนักงานองค์กรสื่อแห่งนี้นับร้อยๆ คน ก็ลุกขึ้นมาต่อต้านและถามหาความชอบธรรมในกระแสข่าวที่จะมีการปรับผังรายการ และแนวทางการบริหารงานที่จะมีการเปลี่ยนจาก &#8220;สังคมอุดมปัญญา&#8221; เป็น &#8220;สัมมาปัญญา&#8221;</p>
<p>      หลายคนคงจะติดตามข่าวทางทีวี วิทยุ และหนังสือพิมพ์มาพอสมควรแล้ว ผมคงไม่จำเป็นต้องเล่าซ้ำซากอีก แต่ผมมีบรรยากาศเบื้องหลังมาเล่าสู่กันฟังสนุกๆ ให้พอทราบถึงที่มาที่ไป และให้ผู้อ่านตัดสินใจเองว่าเรื่องนี้ควรเชื่อหรือไม่ควรเชื่อใคร และคาดเดาว่าเหตุการณ์นี้น่าจะจบแบบใด</p>
<p>      เมื่อวานนี้ผมมีโอกาสไปนั่งฟังคำให้การ เอ้อ ไม่ใช่สิ คำแถลงการณ์ของบรรดาผู้บริหารในบอร์ด อสมท. รวมทั้งคุณพงษ์ศักดิ์ด้วย พนักงานหลายร้อยคนนั่งฟังในหอประชุมจนล้นออกมานอกห้อง บ้างก็ปรบมือ ส่งเสียงเชียร์ บ้างก็ตะโกนและโห่ร้องต่างๆ นานา พอที่จะจับ &#8220;ใจความแห่งบรรยากาศ&#8221; ได้ว่าพนักงานทั้งหลายคงไม่ถูกใจผู้บริหารอย่างคุณพงษ์ศักดิ์อยู่มาก</p>
<p>      สาเหตุก็คงรู้ๆ กันอยู่ในเรื่องที่มีข่าวว่าคุณพงษ์ศักดิ์ หรือ อ.ป๋อง ของนักศึกษาสื่อมวลชนในหลายสถาบันนั้น จะปรับผังรายการในช่องโมเดิร์นไนน์ โดยมีหลายรายการที่โด่งดังถูกปรับออก เช่น กบนอกกะลา และคุยคุ้ยข่าว รวมทั้งจะมีการดึงผู้จัดรายการหลายคนเข้าไปทำรายการใหม่แทน</p>
<p>      ในสายตาของพนักงาน อสมท. นั้น พุ่งเป้าไปที่ค่ายผู้จัดการเป็นหลัก ที่มีความไม่ชอบมาพากลในเรื่องของผลประโยชน์ และความสัมพันธ์อันดีกับ อ.ป๋อง เพราะในระหว่างที่อยู่ในหอประชุม พนักงาน อสมท. หลายท่านก็ตั้งคำถาม อ.ป๋อง ถึงความสัมพันธ์กับ <strong>สนธิ ลิ้มทองกุล</strong> หัวเรือใหญ่ค่ายท่าพระอาทิตย์ และข่าวที่มีผู้บริหารใน อสมท. ไปขายโฆษณาล่วงหน้าให้กับรายการใหม่ในช่องโมเดิร์นไนน์แล้ว</p>
<p>      คำถามที่ยิงไปที่ อ.ป๋อง นั้น ตรงประเด็นและไม่อ้อมค้อม แต่เท่าที่ฟัง อ.ป๋อง ตอบนั้น ด้วยความพยายามที่จะวางใจเป็นกลางและปราศจากอคติใดๆ ทั้งสิ้น ผมต้องยอมรับว่า อ.ป๋อง ตอบได้วกวนและไม่ชัดเจนจริงๆ แม้แต่ตัว อ.ป๋อง เองยังยอมรับว่าตัวเองคงพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง และสงสัยว่าเป็นอาจารย์ได้อย่างไร ที่ผ่านมาคงจะอธิบายให้ศิษย์ฟังไม่รู้เรื่องเป็นแน่ จึงไม่สามารถอธิบายให้พนักงานหลายร้อยคนเข้าใจได้</p>
<p>      แน่ละครับ การอธิบายให้คนฟังเป็นร้อยๆ คน เข้าใจไปอีกทางหนึ่งจากเจตนารมณ์เดิมนั้น ย่อมผิดปกติแน่ มีสองเหตุผลเท่านั้นแหละครับที่เป็นไปได้ คือ หนึ่ง อ.ป๋องมีความผิดปกติเรื่องการสื่อสารและถ่ายทอดข้อมูลให้คนฟังเข้าใจ หรือ อ.ป๋องมีอะไรผิดปกติอยู่เบื้องหลัง</p>
<p>      พนักงาน อสมท. สงสัยเอามากๆ เรื่องผลประโยชน์ที่ค่ายผู้จัดการจะมาช่วงชิงเอาไปจากองค์กรสื่อแห่งนี้ และ อ.ป๋อง ก็ดูเหมือนจะเอื้อประโยชน์นั้นอย่างสะดวกโยธิน หลายคนสงสัยแม้กระทั่งเรื่องที่ อ.ป๋อง มีเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือเป็นเสียง &#8220;ท้ากกกกกกกษิณ ออกไป!&#8221; และคำแก้ต่างก็คือ ลูกสาวเอามาลงในมือถือให้เอง อ.ป๋องไม่รู้เรื่อง (ซะงั้น)<img vspace="10" align="right" width="180" src="http://www.thannam.net/news/images_upload/20068121122391.jpg" hspace="10" alt="โมเดิร์นไนน์" height="144" style="width:180px;height:144px;" /></p>
<p>      ถ้าให้ถามความรู้สึกส่วนตัว ก็ต้องบอกว่าพนักงาน อสมท. เสียความรู้สึกไปแล้วกับข้อสงสัยหลากหลายประการนี้ ถึงแม้ อ.ป๋อง จะมีเจตนาดีอะไรก็ตาม ก็คงยากที่จะเรียกความมั่นใจของพนักงานหลายร้อยคนกลับคืนมาได้</p>
<p>      แม้ว่าโดยส่วนตัวผมเองจะไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่พนักงานยกเรื่องหุ้นของ อสมท. มาเกี่ยวข้อง โดยอ้างว่าการปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงานของโมเดิร์นไนน์นั้นทำให้หุ้นตก เนื่องจากการขึ้นลงของหุ้นและความผันผวนระยะสั้นนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร นโยบาย หรือแนวทางปฏิบัติภายในองค์กรนั้นๆ เพราะหลายคนก็ทราบกันอยู่ว่านักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น sensitive มากๆ โดยเฉพาะกับข่าวที่กระทบกับธุรกิจที่ตัวเองถือหุ้นอยู่ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม</p>
<p>      หุ้นจะตก กำไรจะหด การบริหารงานจะผิดพลาด ก็ควรให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ หากจะมาต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทั้งที่รู้ว่านี่เป็นสัจธรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ดูจะจิตใจคับแคบเกินไป ขณะเดียวกัน ถ้าแนวทางการบริหารงานเป็นไปอย่างที่ผู้บริหารกล่าวไว้จริง ก็จะทำให้นักลงทุนเชื่อมั่น หุ้นขึ้น กำไรเด้ง และโมเดิร์นไนน์ก็เติบโตอย่างไม่หยุดยั้งเอง</p>
<p>      อย่างไรก็ตาม การเข้ามาดำรงตำแหน่งรักษาการกรรมการผู้อำนวยการ อสมท. นั้น อ.ป๋อง ควรตระหนักว่าตำแหน่งนี้เป็นเพียง <strong>&#8220;รักษาการ&#8221;</strong> มีระยะเวลาในตำแหน่งเพียงสั้นๆ เท่านั้น การเข้ามาวางแนวทางและปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ถือว่าไม่สมควร และแน่นอนว่าย่อมหลีกหนีไม่พ้นแรงเสียดทานอันมหาศาลเป็นธรรมดา โดยเฉพาะกับสิ่งที่คนเขาเห็นว่าดีอยู่แล้ว และยิ่งเป็นปัญหาหนักเข้าไปใหญ่ ถ้า อ.ป๋อง อธิบายให้คนเข้าใจไม่ได้ และจะเป็นปัญหาหนักสุดๆ ถ้า อ.ป๋อง มีลับลมคมในจริง</p>
<p>      การอยู่ในตำแหน่งนี้ อ.ป๋อง เพียงแค่อยู่รักษาผลประโยชน์ของ อสมท. และคอยปกป้ององค์การสื่อแห่งนี้ มิให้พวกแร้งเข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์ในช่วงสูญญากาศนี้ก็น่าจะพอแล้ว หรือจะปรับแก้อะไรเล็กๆ น้อยๆ เพื่อส่งผ่านงานให้แก่กรรมการผู้อำนวยการคนใหม่ ดูจะเข้าท่ากว่า</p>
<p>      ให้ตายเถอะ จนถึงขณะนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจว่า อ.ป๋อง อธิบายบทเรียนให้นักศึกษาในห้องเรียนเข้าใจได้ยังไง เพราะพนักงาน อสมท. หลายร้อยคนมีการศึกษาดีทั้งนั้น แต่ไม่เห็นมีใครเข้าใจ อ.ป๋อง สักคนเดียว</p>
<p><strong>      สงสัยคงต้องกลับไปสอนหนังสือ หรือจะเลือก &#8220;เปิดเผยความจริง&#8221; ดีกว่าละครับ&#8230;อาจารย์</strong></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/baramee.wordpress.com/31/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/baramee.wordpress.com/31/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/baramee.wordpress.com/31/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/baramee.wordpress.com/31/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/baramee.wordpress.com/31/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/baramee.wordpress.com/31/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/baramee.wordpress.com/31/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/baramee.wordpress.com/31/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/baramee.wordpress.com/31/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/baramee.wordpress.com/31/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/baramee.wordpress.com/31/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/baramee.wordpress.com/31/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=baramee.wordpress.com&blog=511533&post=31&subd=baramee&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://baramee.wordpress.com/2006/11/09/31/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">baramee</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.presscouncil.or.th/th2/images/stories/committee/phongsak.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.thannam.net/news/images_upload/20068121122391.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">โมเดิร์นไนน์</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>แบบไหนเรียกว่าเศรษฐกิจพอเพียง</title>
		<link>http://baramee.wordpress.com/2006/10/31/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88e/</link>
		<comments>http://baramee.wordpress.com/2006/10/31/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88e/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 31 Oct 2006 18:30:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>baramee</dc:creator>
				<category><![CDATA[เศรษฐกิจคิดลึกลึก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://baramee.wordpress.com/2006/10/31/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88e/</guid>
		<description><![CDATA[      เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ยังเป็นเรื่องเถียงกันไม่จบว่าความหมายที่แท้จริงคืออะไร บางคนยังงงว่าถ้าประเทศไทยต้องการเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว ทำไมต้องพัฒนาด้านอุตสาหกรรม ทำไมต้องสร้างความเจริญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกันด้วย สิ่งนี้แสดงถึงความไม่แตกฉานในปรัชญานี้เป็นอย่างมาก
      เมื่อวันก่อนผมมีโอกาสเข้ารับฟังการแถลงผลการประชุม เรื่องที่รัฐบาลจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนการยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันเบนซิน ออกเทน 95 ในวันที่ 1 มกราคม 2550 ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้อธิบายถึงความพร้อมและเหตุผลถึงการไม่น่าจะยกเลิกน้ำมันเบนซิน 95 แบบหักดิบ แต่ควรจะใช้กลไกตลาดโดยสร้างแรงจูงใจให้คนหันมาใช้แก๊สโซฮอล์ จนท้ายที่สุดคนจะเลิกใช้เบนซิน 95 ไปเองมากกว่า เหตุผลที่สำคัญของการเลื่อนการยกเลิกเบนซิน 95 ก็เพราะไทยยังไม่สามารถผลิตเอทานอล ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตแก๊สโซฮอล์ได้เพียงพอ ถ้ายังดึงดันจะยกเลิกเบนซิน 95 ในวันที่ 1 มกราคมปีหน้า ไทยจะต้องนำเข้าเอทานอลจากต่างประเทศแน่นอน อย่างนี้จะเรียกว่าพอเพียงได้อย่างไร
      อีกเรื่องที่การประชุมพูดถึงคือการยกระดับมาตรฐานน้ำมันในประเทศ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล &#8220;ยูโร 4&#8243; ซึ่งประเทศไหนๆ ก็ใช้มาตรฐานนี้เพื่อเป็นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน เนื่องจากน้ำมันมาตรฐานยูโร 4 มีส่วนประกอบของสารพิษต่ำกว่าน้ำมันที่ขายในประเทศเราทุกวันนี้มาก แต่ปัญหาก็คือการไปให้ถึงจุดนั้นได้ โรงกลั่นน้ำมันต่างๆ ในบ้านเราต้องปรับปรุงระบบการกลั่นใหม่ นั่นหมายถึงเม็ดเงินที่ต้องใช้ในการนี้รวมๆ แล้วทุกโรงกลั่นก็ประมาณ 50,000 ล้านบาท
      พอฟังถึงจำนวนเงินนี้เท่านั้น นักข่าวจากสื่อแห่งหนึ่งก็ถามรัฐมนตรีพลังงานว่า ใช้เงินเยอะขนาดนี้เป็นเศรษฐกิจพอเพียงตรงไหน คุณปิยสวัสดิ์ได้ยินคำถามนี้ก็อึ้งไปสักครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่าเงินจำนวนนี้ไม่ได้จ่ายในครั้งเดียว [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=baramee.wordpress.com&blog=511533&post=5&subd=baramee&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>      เรื่อง <strong>เศรษฐกิจพอเพียง</strong> ยังเป็นเรื่องเถียงกันไม่จบว่าความหมายที่แท้จริงคืออะไร บางคนยังงงว่าถ้าประเทศไทยต้องการเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว ทำไมต้องพัฒนาด้านอุตสาหกรรม ทำไมต้องสร้างความเจริญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกันด้วย สิ่งนี้แสดงถึงความไม่แตกฉานในปรัชญานี้เป็นอย่างมาก</p>
<p>      เมื่อวันก่อนผมมีโอกาสเข้ารับฟังการแถลงผลการประชุม เรื่องที่รัฐบาลจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนการยกเลิกการจำหน่ายน้ำมันเบนซิน ออกเทน 95 ในวันที่ 1 มกราคม 2550 <strong>ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้อธิบายถึงความพร้อมและเหตุผลถึงการไม่น่าจะยกเลิกน้ำมันเบนซิน 95 แบบหักดิบ แต่ควรจะใช้กลไกตลาดโดยสร้างแรงจูงใจให้คนหันมาใช้แก๊สโซฮอล์ จนท้ายที่สุดคนจะเลิกใช้เบนซิน 95 ไปเองมากกว่า เหตุผลที่สำคัญของการเลื่อนการยกเลิกเบนซิน 95 ก็เพราะไทยยังไม่สามารถผลิตเอทานอล ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตแก๊สโซฮอล์ได้เพียงพอ ถ้ายังดึงดันจะยกเลิกเบนซิน 95 ในวันที่ 1 มกราคมปีหน้า ไทยจะต้องนำเข้าเอทานอลจากต่างประเทศแน่นอน อย่างนี้จะเรียกว่าพอเพียงได้อย่างไร</p>
<p>      อีกเรื่องที่การประชุมพูดถึงคือการยกระดับมาตรฐานน้ำมันในประเทศ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล &#8220;ยูโร 4&#8243; ซึ่งประเทศไหนๆ ก็ใช้มาตรฐานนี้เพื่อเป็นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน เนื่องจากน้ำมันมาตรฐานยูโร 4 มีส่วนประกอบของสารพิษต่ำกว่าน้ำมันที่ขายในประเทศเราทุกวันนี้มาก แต่ปัญหาก็คือการไปให้ถึงจุดนั้นได้ โรงกลั่นน้ำมันต่างๆ ในบ้านเราต้องปรับปรุงระบบการกลั่นใหม่ นั่นหมายถึงเม็ดเงินที่ต้องใช้ในการนี้รวมๆ แล้วทุกโรงกลั่นก็ประมาณ 50,000 ล้านบาท</p>
<p>      พอฟังถึงจำนวนเงินนี้เท่านั้น นักข่าวจากสื่อแห่งหนึ่งก็ถามรัฐมนตรีพลังงานว่า ใช้เงินเยอะขนาดนี้เป็นเศรษฐกิจพอเพียงตรงไหน คุณปิยสวัสดิ์ได้ยินคำถามนี้ก็อึ้งไปสักครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่าเงินจำนวนนี้ไม่ได้จ่ายในครั้งเดียว แต่จะค่อยๆ ทยอยใช้ปรับปรุงระบบโรงกลั่นไปเรื่อยๆ อาจจะเป็น 3 ปี 5 ปี ก็ว่าไป ซึ่งผลที่ได้กลับมาจะคุ้มค่ากว่า 50,000 ล้านบาทมาก</p>
<p>      ผมไม่รู้ว่านักข่าวคนนั้นได้รับคำตอบแล้วจะเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียงมากขึ้นหรือไม่ แต่สิ่งสำคัญคือคุณปิยสวัสดิ์ไม่ได้ให้เหตุผลว่าทำไมคำว่า &#8220;พอเพียง&#8221; ถึงดูเพียงแค่จำนวนเงิน ทำไมถึงคิดว่า 50,000 ล้านบาท มันไม่พอเพียง ทำไมถึงคิดว่า 50,000 ล้านบาท มันมากเกินไป</p>
<p><img align="right" width="300" src="http://imagecache2.allposters.com/images/pic/LPIPOD01/BN12114_18~Gas-Refinery-Singapore-Posters.jpg" alt="โรงกลั่นน้ำมัน" height="213" style="width:300px;height:213px;" />      สิ่งที่ต้องถามกลับนักข่าวคนนั้นก็คือ 50,000 ล้านบาทนั้น น้อยไปหรือเปล่ากับการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสิ่งแวดล้อม ค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนที่ประชาชนคนไทยต้องเสียไปกับมลพิษทางอากาศ อันเนื่องมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์นั้น มากเสียจนไม่อาจประนีประนอมได้อีกแล้ว ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าตำรวจจราจรหลายรายเจ็บป่วยจากโรคทางเดินหายใจจนต้องเข้าโรงพยาบาล เนื่องจากสูดอากาศเสียสะสมเข้าไปทุกวัน ซึ่งก็คงไม่ต่างจากผู้โดยสารที่เดินทางโดยรถโดยสารประจำทางแบบไม่ปรับอากาศ ที่ต้องสูดดมมลพิษเข้าไปทุกวันเช่นกัน และแน่นอนว่าจำนวนคนที่ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจคงไม่ได้มีเพียงคนหรือสองคน จากจำนวนประชากรในกรุงเทพมหานครนับ 10 ล้านคนทุกวันนี้ และจะมีสักกี่คนที่ยังไม่แสดงอาการ และจะมีสักกี่คนที่มีอาการแสดงออกมาแล้ว แต่ไม่ทราบว่ามีผลสืบเนื่องมาจากอะไร</p>
<p>      คนป่วยเหล่านี้ ใช่หรือไม่ที่รัฐต้องเข้าไปรับภาระในการรักษา ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นคนระดับกลางถึงล่าง เพราะเป็นผู้ใช้บริการรถโดยสารประจำทางแบบไม่ปรับอากาศ ดังนั้น ประกันสังคมจึงเป็นตัวเลือกอันดับแรกที่ต้องเข้าไปประคับประคอง รวมทั้งเงินจากส่วนอื่นๆ ของภาครัฐที่ต้องเข้าไปดูแลอีกด้วยหากประกันสังคมไม่พอใช้จ่าย แต่มีใครเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าเงินจำนวนนี้ในแต่ละปีมีจำนวนเท่าไหร่ และในอนาคตหากเรายังใช้น้ำมันที่มีมลพิษสูง จำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่</p>
<p>      แน่นอนว่าการเจ็บป่วยจากมลพิษทางสิ่งแวดล้อม เป็นการเจ็บป่วยแบบสะสม ไม่ใช่การเจ็บป่วยแบบเฉียบพลัน เพราะฉะนั้นคนส่วนใหญ่จึงไม่ตระหนักถึงอันตรายของมัน ก่อนหน้านี้ประเทศไทยเคยใช้น้ำมันที่มีส่วนผสมของสารตะกั่วเพื่อเป็นการเพิ่มค่าออกเทน แต่วันหนึ่งเราก็ต้องยกเลิกมันไปเพราะต่างประเทศเขาวิจัยพบอันตรายของสารตะกั่วและเลิกใช้มานานมากแล้ว แม้กระทั่งสีทาผนังบ้านที่มีสารตะกั่ว เขาก็เลิกใช้มานานแล้วเช่นกัน เพราะมีโอกาสที่จะระเหยออกมาทำอันตรายกับผู้อยู่อาศัยในบ้านได้ แต่ตอนนั้นคนไทยก็กลัวและกังวลว่าเครื่องยนต์จะน็อค อัตราเร่งจะเสีย กลัวสารพัด แต่ไม่กลัวสุขภาพตัวเองเสีย แปลกดีเหมือนกัน</p>
<p>      มาถึงตอนนี้รัฐพยายามรณรงค์ให้คนหันมาใช้แก๊สโซฮอล์ ไม่เพียงเพราะว่าแก๊สโซฮอล์ถูกกว่า แต่เพราะว่าแก๊สโซฮอล์มีการเผาไหม้ที่ดีกว่าน้ำมันเบนซิน 95 ทำให้มีสารตกค้างออกมาในอากาศน้อยกว่าด้วย ซึ่งสารตกค้างที่เราถือว่าเป็นมลพิษทางอากาศนี้ นอกจากจะทำอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนแล้ว ยังมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากมาย เช่น คาร์บอนมอนนอกไซด์ ซึ่งเป็น <strong>greenhouse gas</strong> หรือสารที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก และก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน หรือ <strong>global warming</strong> ตามมา</p>
<p><img vspace="10" align="left" width="210" src="http://www.thebeach.com.au/blog/wordpress/wp-content/uploads/2005/06/a-little-global-warming.jpg" hspace="10" alt="น้ำแข็งขั้วโลก" style="width:210px;height:267px;" /></p>
<p>      มีการยืนยันจากผลการวิจัยหลายแห่งทั่วโลกแล้วว่า สารเรือนกระจกเหล่านี้ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนจริง เพราะมันไปทำลายชั้นโอโซนในบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลก ทำให้แสงอาทิตย์ส่องลงมาที่พื้นผิวโลกโดยตรง ทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น และถ้ามองกันเฉพาะจุด เฉพาะสถานที่ นักวิทยาศาสตร์ก็พบว่าบริเวณขั้วโลกเหนือมีช่องโหว่ของโอโซนอยู่ ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายมากขึ้น หลายคนอาจคิดว่าน้ำแข็งละลายแล้วเราเดือดร้อนอะไร แน่นอนว่าเราไม่เกี่ยวโดยตรง แต่เราได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p>      นั่นก็คือเมื่อน้ำแข็งขั้วโลกละลายกลายเป็นน้ำมากขึ้น น้ำทะเลบริเวณนั้นก็เจือจางลง ความเค็มลดลง ผลอันแรกคือสัตว์น้ำ พืชน้ำ ปะการัง และระบบนิเวศน์ใต้น้ำ ก็จะดำรงอยู่ไม่ได้ ปริมาณสัตว์น้ำจะร่อยหรอลงทุกปี ชาวประมงจับสัตว์น้ำได้น้อยลง ทำให้ราคาอาหารทะเลแพงขึ้น อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น วิถีชีวิตของชาวประมงและคนชายฝั่งต้องเปลี่ยนไป หันไปประกอบอาชีพอื่นหรือเกิดภาวะว่างงาน เป็นภาระที่รัฐต้องเข้าไปอุ้มชูด้วยภาษีของประชาชน</p>
<p>      ผลอันที่สองคือกระแสน้ำในมหาสมุทรที่ปกติจะมีการหมุนเวียนจากเหนือไปใต้ จากใต้ไปเหนือ ก็จะแปรเปลี่ยนไป เพราะความเข้มข้นของน้ำทะเลถูกเจือจางลงจากการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก กระแสน้ำเย็นและน้ำอุ่นไม่สามารถหมุนเวียนได้ตามธรรมชาติ ทำให้สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนไป เกิดเอลนิลโญ่และลานิลญ่าบ่อยครั้ง บางแห่งฝนตกผิดฤดูกาล บางแห่งฝนแล้งผิดธรรมชาติ หากเป็นประเทศไทยซึ่งมีพื้นที่ลุ่มเยอะและมีการตัดไม้ทำลายป่ามาก เมื่อเกิดฝนตกมากผิดฤดูกาล ก็ก่อให้เกิดความเสียหายมากมายนับไม่ถ้วน เศรษฐกิจต้องชะลอตัวลงไป และรัฐก็ต้องใช้งบประมาณเข้าไปอุดหนุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจเช่นกัน</p>
<p>      อย่างเช่นเหตุอุทกภัยคราวนี้ของไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ออกมาให้ตัวเลขความเสียหายเบื้องต้นแล้วว่ามีจำนวนถึง 17,000 ล้านบาท ยังไม่นับรวมปัญหาสุขภาพของประชาชนอันเกิดจากน้ำท่วม ทั้งโรคเท้าเปื่อย ผื่นคัน ฉี่หนู และปัญหาสุขภาพจิตอีกที่กรมสุขภาพจิตต้องเข้าไปดูแล ที่สำคัญนี่เป็นตัวเลขของความเสียหายเพียงปีเดียวเท่านั้น หากเกิดเหตุอุทกภัยเช่นนี้เพียง 3 ปี ไทยก็จะสูญเสียทางเศรษฐกิจเกิน 50,000 ล้านบาทแล้ว</p>
<p>      จึงถามว่าเม็ดเงินในการปรับปรุงน้ำมันให้มีความสะอาดเพิ่มมากขึ้นและก่อมลพิษน้อยลงในระยะยาวแล้ว ตัวเลข 50,000 ล้านบาท มากไปหรือ? และการปรับปรุงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเช่นนี้ ควรนับเป็นวิถีเศรษฐกิจพอเพียงได้หรือไม่ นักข่าวคนนั้นและประชาชนไทยควรนำกลับไปคิดครับ</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/baramee.wordpress.com/5/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/baramee.wordpress.com/5/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/baramee.wordpress.com/5/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/baramee.wordpress.com/5/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/baramee.wordpress.com/5/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/baramee.wordpress.com/5/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/baramee.wordpress.com/5/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/baramee.wordpress.com/5/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/baramee.wordpress.com/5/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/baramee.wordpress.com/5/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/baramee.wordpress.com/5/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/baramee.wordpress.com/5/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=baramee.wordpress.com&blog=511533&post=5&subd=baramee&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://baramee.wordpress.com/2006/10/31/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="" medium="image">
			<media:title type="html">baramee</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://imagecache2.allposters.com/images/pic/LPIPOD01/BN12114_18~Gas-Refinery-Singapore-Posters.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">โรงกลั่นน้ำมัน</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.thebeach.com.au/blog/wordpress/wp-content/uploads/2005/06/a-little-global-warming.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">น้ำแข็งขั้วโลก</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>