Suki Media

Archive for the ‘เรื่องดีดี’ Category

เราทำอะไรเพื่อประเทศชาติบ้างหรือยัง

Posted by: baramee on: วันเสาร์, 14 เมษายน, 2007

“Ask not what your country can do for you, ask you can do for your country.”
     ประโยคอันโด่งดังข้างบนนี้ เป็นของ John F. Kennedy ประธานาธิบดีคนที่ 35 ของสหรัฐอเมริกา เขาพูดประโยคนี้เมื่อ 40 กว่าปีมาแล้ว และยังคงเป็นประโยคอมตะที่ผู้นำหลายประเทศอยากจะพูดบ้าง
     เมื่อคืนผมดูรายการ “THE ICON ปรากฏการณ์คน” ซึ่งแขกที่มาร่วมรายการ เป็นบุคคลที่ผมอยากรู้จักมาตั้งนานแล้วว่า เขาเป็นคนอย่างไร มีแนวคิดและวิถีชีวิตอย่างไร
     “ไชย ไชยวรรณ” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด
     หากใครเคยดูโฆษณาของไทยประกันชีวิต ย่อมรู้ดีว่าบริษัทนี้มีหนังโฆษณาที่ไม่เหมือนใคร นั่นคือตัวหนังไม่พูดถึงสินค้าและบริการของตัวเอง แต่จะพูดถึงจิตสำนึกของการเป็นมนุษย์ และสะท้อนถึงปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งระหว่างพ่อกับลูกชาย หรือลูกสาวท้องก่อนแต่ง
     ที่เด่นชัดก็คือ หนังโฆษณาของไทยประกันชีวิต มักจะเรียกน้ำตาคนดูเสมอ
     ไชย บอกว่า เขาไม่ได้มีจุดประสงค์จะทำหนังโฆษณาเศร้าๆ หรือให้ดูเหมือนละครน้ำเน่า แต่ต้องการให้คนดูตระหนักถึงความเป็นจริงในสังคม [...]

สยาม หรือ ไทย สำคัญแค่ไหน

Posted by: baramee on: วันพุธ, 11 เมษายน, 2007

     กระแสเปลี่ยนชื่อประเทศจาก “ไทย” มาเป็น “สยาม” ยังไม่ชัดเจนว่าจะทำได้ในรัฐบาลนี้จริงหรือไม่ แม้ ศ.ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะเรียกร้องเรื่องนี้มานมนานก็ตาม เนื่องจากฝ่ายปกครองทุกยุคทุกสมัย อาจยังไม่เห็นเหตุผลที่เหมาะสมและหนักแน่นเพียงพอที่จะเปลี่ยนชื่อก็เป็นได้
     อาจารย์ชาญวิทย์ ยกเหตุผลเรื่องชาติพันธุ์ ภาษา และอัตลักษณ์วัฒนธรรม ที่มีอยู่หลากหลายในผืนแผ่นดินแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นไทย ลาว อีสาน มอญ เขมร แต้จิ๋ว ไหหลำ กวางตุ้ง จาม ชวา มลายู มอร์แกน ฮ่อ ไทยทำ ผู้ไท เวียด ลัวะ ม้ง กะเหรี่ยง มูเซอ อาข่า แขก ฯลฯ จึงเห็นว่าไม่เป็นธรรมที่จะเรียกนามแผ่นดินนี้ว่า “ไทย” อันเป็นเพียงชื่อชาติพันธุ์เดียวในอีกหลายสิบชาติพันธุ์
     เพราะฉะนั้น เพื่อการยอมรับในความหลากหลายทางเชื้อชาติ ภาษา และอัตลักษณ์วัฒนธรรม ภายใต้หลักการสมานฉันท์ จึงเห็นว่าควรจะเปลี่ยนชื่อประเทศกลับไปเป็น “สยาม” สืบไป
     หากดูกันตามประวัติศาสตร์แล้ว ชื่อ “สยาม” [...]

เราเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า

Posted by: baramee on: วันจันทร์, 9 เมษายน, 2007

     ผมเพิ่งกลับมาจากเชียงใหม่ครับ ไปทำข่าวการประชุมรัฐมนตรีคลังอาเซียน ครั้งที่ 11 มา แต่ไม่ได้จะมาเล่าถึงรายละเอียดการประชุม หรือไม่ได้จะมาเล่าถึงสภาวะอากาศที่เชียงใหม่หรอกครับ แต่มีเรื่องระหว่างทางมาเล่าสู่กันฟังเช่นเคย
     ในระหว่างที่เดินทางกลับกรุงเทพฯ ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องนักข่าวคนหนึ่งถึงเรื่องราวที่ค่อนข้างจะหมิ่นเหม่และกำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้
     น้องคนนี้บอกว่า เธอเข้าไปอ่านใน blog ผมบ่อยๆ และเห็นว่าผมค่อนข้างจะเป็นคน conservative พอสมควร เนื่องจากบทความที่เขียนดูจะปกป้องสถาบันเบื้องสูงอยู่ในที
     ผมจึงถามกลับไปว่า แล้วเธอล่ะคิดอย่างไร เป็นลักษณะหัวก้าวหน้าใช่ไหม เหมือนกับสิ่งที่อาจารย์ท่านหนึ่ง นามย่อว่า ส. เคยพูดถึงหรือเปล่า เธอตอบว่าไม่เชิง แต่คิดว่าทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน
     หลายคนอาจไม่เคยได้รับรู้มาก่อนว่าอาจารย์ท่านนั้น เคยพูดว่าอะไรมาก่อน แต่ผมพอจะอธิบายสรุปคร่าวๆ ได้เท่านั้นครับว่า “การที่จะให้สถาบันใดๆ ยั่งยืน ควรต้องเปิดกว้างให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ได้”
     ผมบอกน้องว่า ผมไม่ใช่เป็นคน conservative อะไรนัก เพียงแต่มันมีเรื่องของศรัทธาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย นอกเหนือจากเหตุผลที่ผมเขียนไปแล้วในบทความต่างๆ
     “ก็เห็นด้วยนะคะที่หลายคนก็ศรัทธา แต่เราก็ควรเปิดกว้างให้มีการพูดถึงกัน เพราะถ้ายิ่งปกปิด คนก็ยิ่งอยากรู้ และต่อให้รู้อะไรที่ไม่น่าพอใจ คนที่ยังศรัทธาจริงๆ ก็น่าจะยังศรัทธาอยู่” เธอว่าอย่างนั้น
     พร้อมกันนั้น เธอยังขอความเห็นผมในเรื่องการที่กระทรวงไอซีทีปิดเว็บไซต์ youtube (อ่านว่า ยูทิวบ์ นะครับ ไม่ใช่ [...]

อีก 100 วัน ผมจะตาย

Posted by: baramee on: วันศุกร์, 9 มีนาคม, 2007

     วันนี้หยุดอยู่บ้านครับ ไม่ได้ไปทำงาน ไม่ได้ไปเที่ยว ไม่ได้ไปไหนทั้งสิ้น เพราะได้หยุดชดเชยที่ไปทำงานในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา เลยมีโอกาสนอนอย่างเต็มที่เสียทีหลังจากนอนดึกตื่นเช้ามาหลายวันแล้ว
   หลายคนอาจสงสัยว่าโดยปกติคนทำงานข่าวโทรทัศน์บริหารเวลากันอย่างไร ผมก็เลยถือโอกาสนี้เล่าสู่กันฟัง โดยยกตัวอย่างจากตารางเวลาของตัวผมเองแล้วกันนะครับ สำหรับคนอื่นก็จะแตกต่างออกไปตามภาระหน้าที่และความรับผิดชอบ
     สำหรับตัวผมแล้ว หลังจากที่บอกเลิกการทำรายการไปหนึ่งรายการ ทีแรกก็นึกว่าจะมีภาระหน้าที่เบาบางลงไป แต่จริงๆ หาเป็นเช่นนั้นไม่ ก็กลับมีงานเพิ่มขึ้นมาแทนที่ ซึ่งจะบอกปฏิเสธก็ไม่ได้เพราะงานนี้ผมอยากทำ
     โดยในทุกวันจันทร์ พุธ และพฤหัสบดี ผมจะต้องลุกจากที่นอนเวลาประมาณ 04:00 น. เพื่ออาบน้ำ แต่งตัว และไปถึงที่ทำงานในเวลา 05:00 น. หากไม่ได้หาอะไรรองท้องจากที่บ้านมา ก็ต้องแวะซื้อของกินเบาๆ ประทังหิวในระหว่างเตรียมตัวเข้ารายการตอน 06:00 น.
     ในช่วงเวลา 1 ชั่วโมง คือจาก 05:00-06:00 น. ผมจะต้องอ่านหนังสือพิมพ์ 7-10 ฉบับ และเตรียมข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม รวมถึงต้องแต่งหน้าและทำผมเอง เนื่องจากไม่มีช่างแต่งหน้าคนไหนแหกขี้ตามาทำงานพร้อมทีมงานรายการเช้าๆ แบบนี้
     รายการนี้มีชื่อว่า “ห้องข่าวรับอรุณ” เริ่มออกอากาศเวลา 06:00-07:30 น. หากวันไหนพิธีกรร่วมไม่มาด้วยเหตุฉุกเฉินใดๆ ก็ตาม [...]

มาบริจาคเลือดกันเถอะ

Posted by: baramee on: วันจันทร์, 5 มีนาคม, 2007

     เมื่อวานไปบริจาคเลือดมาครับ สภากาชาดไทยตั้งโต๊ะรับบริจาคในงาน “กินดีอยู่ดีอย่างพอเพียง ครั้งที่ 1″ ที่เนชั่นทาวเวอร์ ผมเลยมีโอกาสได้ทำทานอีกครั้ง พร้อมกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์หลายต่อหลายคน (มีคนไปเข้าแถวรอบริจาคเยอะพอควรครับ)
     ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ถ้าจำไม่ผิดเป็นครั้งที่ 4 แล้วที่ได้สละเลือดให้ผู้อื่น โดยครั้งนี้บริจาคไปเกือบครึ่งลิตร หรือ 400 cc ไม่รู้ว่าเยอะหรือน้อย กะว่าหมอคงวินิจฉัยเองว่าควรจะเป็นเท่าไหร่ เราก็เพียงแต่ทำไปตามกระบวนการเท่านั้น ใครที่ยังไม่เคยบริจาค ผมแนะนำให้ลองครับ เดี๋ยวท้ายๆ ผมจะเล่าถึงประโยชน์ของการบริจาคโลหิตให้ได้ทราบกัน ตอนนี้เอาขั้นตอนเบื้องต้นสำหรับผู้บริจาคมือใหม่กันก่อน จะได้ไม่เคอะเขินเวลาตัดสินใจไปสละเลือด
     ก่อนอื่นต้องเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ คือ นอนให้เพียงพอ อย่านอนเกินเที่ยงคืนและนอนไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง รวมทั้งกินข้าวกินปลาให้ครบมื้อ อย่าอดอาหารก่อนบริจาค ที่สำคัญต้องดื่มน้ำให้เพียงพอด้วย
     ที่โต๊ะลงทะเบียน จะมีใบลงทะเบียนสีขาวและสีเขียว สีขาวสำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยบริจาคมาก่อน ส่วนสีเขียวสำหรับผู้ที่เคยบริจาคมาแล้ว จากนั้นก็กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย ข้อมูลที่กรอกต้องเป็นความจริงนะครับ อย่ามั่ว อย่าชุ่ย เพราะสิ่งที่เขาถามเป็นข้อมูลสำคัญในการนำเลือดของคุณไปให้ผู้อื่น หากคุณโกหกก็อาจจะเป็นอันตรายต่อผู้ที่รับเลือดของคุณได้
     แน่นอนว่าเขามีข้อห้ามหลายประการทีเดียว ที่จะไม่อนุญาตให้คุณบริจาคเลือดได้ เช่น มีโรคทางเพศสัมพันธ์ เป็นไวรัสตับอักเสบ เพิ่งไปทำฟันหรือผ่าตัดมา อายุต่ำกว่า 17 ปี หรือเกิน 60 [...]

ประเทศไทยในฝัน

Posted by: baramee on: วันเสาร์, 24 กุมภาพันธ์, 2007

     ว่างๆ มีโอกาสได้ไปรื้อค้นหนังสือที่ค้างอ่านหลายเล่มบนชั้นหนังสือที่บ้าน สายตาผมก็เหลือบไปเห็นหนังสือประวัติ อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เข้า ทำให้ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าช่วงนี้เหตุการณ์บ้านเมืองมันช่างยุ่งเหยิงเสียเหลือเกิน ถ้า อ.ป๋วย ยังอยู่ เหตุการณ์เหล่านี้จะดำเนินไปอย่างไรบ้าง
     พลิกหนังสือกลับไปกลับมา อ่านผ่านตาคร่าวๆ แม้จะเคยอ่านประวัติท่านมาหลายครั้งแล้ว ก็พบว่าเหตุการณ์ในปัจจุบันไม่ได้แตกต่างจากในอดีตเลย ประวัติศาสตร์แห่งความโกลาหลซ้ำรอยเดิมทั้งนั้น ในช่วงที่ อ.ป๋วย มีชีวิตอยู่ก็ใช่ว่าสังคมไทยจะสงบสุข โลกตกอยู่ในภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลไทยขณะนั้นเป็นรัฐบาลเผด็จการภายใต้การควบคุมของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ตลอดจนการห้ำหั่นกันของคนไทยด้วยกันเองในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519
     เมื่อวานเป็นอย่างไร วันนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น จะมีหรือไม่มี อ.ป๋วย ก็ไม่ได้ทำให้สังคมไทยก้าวหน้าไปมากกว่าที่คิด และแม้สังคมไทยจะผ่านพ้นวิกฤติในยุคนั้นมาได้ ก็ใช่ว่าจะมาจากการมีอยู่ของ อ.ป๋วย แต่ผมก็ยังอยากให้มีคนอย่างท่านในยุคนี้ เพราะคนดีแม้เพียงหนึ่ง ก็อาจช่วยสะกิดให้ใครหลายคนลองมองย้อนดูตัวได้บ้าง
     ในวันที่ อ.ป๋วย ได้จากโลกนี้ไป สุทธิชัย หยุ่น เคยกล่าวคำอาลัยไว้ว่า “ความรู้สึกของผมในฐานะนักข่าวขณะนั้นคือ ความภาคภูมิใจว่าเมืองไทยมีคนกล้าอย่าง ดร.ป๋วย ที่ยึดถือหลักการสองเรื่องเป็นหัวใจแห่งการดำรงชีวิต นั่นคือ การต่อต้านการโกงกินและคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ และสองคือการแสวงหาวิญญาณแห่งความเป็นประชาธิปไตย ในสภาพของบ้านเมืองที่อำนาจปืนและการรวมศูนย์แห่งอำนาจ ยังอยู่ในมือของคนเพียงกลุ่มเดียว ดร.ป๋วย [...]


Blog Visits

  • 61,021 hits