Posted by: baramee on: วันจันทร์, 4 มิถุนายน, 2007
“ไม่ว่าผลของคดีจะออกมาอย่างไร จะไม่มีการออกมาประท้วงคำตัดสินและแสดงพลังอะไรทั้งสิ้น เพื่อให้ทุกคนเห็นจุดยืนของพรรคว่าได้มีการต่อสู้อย่างสันติ แม้ในกรณีที่ผลการตัดสินจะยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดก็ตาม เราก็ยังคงยืนยันว่าพรรคมีทางออกแน่นอน”
นี่คือคำพูดของ จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่ให้สัมภาษณ์ก่อนตุลาการรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักไทย และตัดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดเป็นเวลา 5 ปี
คนที่ไม่มีอคติจนเกินไป อ่านแล้วก็คงบอกได้นะครับว่า พฤติกรรมของนักการเมืองรายนี้ “ปลิ้นปล้อน” ขนาดไหน หัวหน้ากลุ่มยังขนาดนี้ ลูกน้องจะขนาดไหน อย่าหาว่าผมมองโลกในแง่ร้ายเลยครับ เพราะที่ผ่านมาถือว่าผมโง่ที่มองโลกในแง่ดีจนเกินไป
สาบานต่อหน้าแป้นคอมพิวเตอร์ว่าจะไม่โง่อีกแล้ว แต่ประเด็นที่ต้องถกเถียงกันต่อ มันอยู่ที่ตรงนี้ครับ
“การถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี”
อ่านซ้ำอีกกี่ทีก็รู้สึกเหมือนเดิมทุกครั้งไปว่า การถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี มันหนักหนาสาหัสนักหรืออย่างไร มันจะตายหรืออย่างไรถ้าไม่ได้เล่นการเมืองเสีย 5 ปี
ไม่ถูกตัดสิทธิตลอดชีวิตก็บุญแค่ไหนแล้วกับโทษที่สาหัสสากรรจ์ขนาดนั้น ทั้งการจ้างวานพรรคเล็กให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง และการแก้ไขฐานข้อมูลคุณสมบัติผู้ที่ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ให้เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
หากเป็นพระถูกจับสึก ก็บวชไม่ได้อีกแล้วตลอดชีวิต นี่แค่ 5 ปี พวกเขาเหล่านี้ก็สามารถกลับมาเข้าสู่วงจรอุบาทว์ได้ใหม่ มันจะโอดครวญไปหาพระแสงของ้าวอะไรกัน
ปากก็พล่ามบอกประชาชนว่าเป็นประชาธิปไตย และได้เสียงประชาชนมาอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม แล้วนี่คือคำตอบสำหรับประชาชนที่ไปลงคะแนนให้คนเหล่านี้ใช่หรือไม่ ยังไม่นับรวมถึงสิ่งที่อดีตหัวหน้าพรรค ทักษิณ ชินวัตร พร้อมพรรคพวกได้ก่อการทุจริตเอาไว้อีกหลายต่อหลายเรื่องนะครับ
ขนาดนี้แล้ว [...]
Posted by: baramee on: วันพฤหัส, 31 พฤษภาคม, 2007
ในที่สุด…พรรคไทยรักไทยก็ถูกยุบพรรคแล้วครับ!!!
และกรรมการบริหารพรรค “ทุกคน”
ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี !!!
ที่ต้องติดตามกันต่อไปหลังจากนี้ คือ บรรดากรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรคทั้ง 14 ล้านเสียงนั้น จะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะนับตั้งแต่วันนี้ไป การเมืองไทยได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปแล้วอย่างไม่มีวันหวนกลับ อย่างน้อยก็เป็นเวลา 5 ปี
คำถามคือ พรรคการเมืองใดจะมาเป็นผู้กุมอำนาจทางการเมืองของไทยในวาระต่อไป ที่เห็นอยู่ขณะนี้ก็คงหนีไม่พ้น…พรรคประชาธิปัตย์เป็นแน่แท้
และที่แน่ๆ นี่เป็นเวลาของรัฐบาลผสม ซึ่งพรรคชาติไทย พรรคมหาชน พรรคประชาราช ก็มีโอกาสได้เข้าร่วมรัฐบาลอย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วนกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ลาออกไปก่อนหน้านี้ และเตรียมจะตั้งพรรคใหม่ พร้อมทั้งถูกวางตัวให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่อย่าง ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก็ถูกดับฝันไปแล้วเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม เสียงที่เคยสนับสนุนพรรคไทยรักไทย จะย้ายไปสนับสนุนพรรคการเมืองอื่นๆ หรือไม่ เป็นเรื่องน่าคิด เพราะคะแนนเสียงมหาศาลถึง 14 ล้านเสียง ย่อมมีค่าสำหรับการชิงตำแหน่งทางการเมืองได้อย่างง่ายดาย
หากเสียงเหล่านี้เป็นเสียงบริสุทธิ์ของพรรคไทยรักไทย โดยไม่คิดปันใจไปให้พรรคอื่น แล้วระหว่างนี้พวกเขาจะทำอย่างไรต่อไป
จะอยู่อย่างไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองหรือ…
จะอยู่อย่างผู้แพ้อย่างนั้นหรือ…
น่าคิดนะครับ
หรือพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย [...]
Posted by: baramee on: วันพฤหัส, 26 เมษายน, 2007
วันนี้ไปงานแถลงข่าวของผู้ผลิตรายการให้แก่สถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี มีคุณไตรภพ ลิมปพัทธ์ เป็นแกนนำ พร้อมด้วยผู้ผลิตรายการอื่นๆ ดารา พิธีกร ไฮโซ และผู้บริหารของทีไอทีวีบางท่าน ไปร่วมงานด้วย
ด้วยความสัตย์จริง ผมไม่อยากไปทำข่าวนี้เลยแม้แต่นิดเดียว จะหาว่าผมไม่มีจิตวิญญาณของคนข่าว จะหาว่าผมมีอคติ หรือเลือกปฏิบัติก็ได้ทั้งนั้นครับ
เพราะถ้าจะให้ผมไปฟังเรื่องของ “คนไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง” แบบนี้ ก็ต้องพูดแบบไม่เกรงใจครับว่า มันเสียเวลาผมจริงๆ
มีหลายประเด็นทีเดียว ที่บรรดาผู้ไปร่วมแถลงข่าวได้บอกถึงเหตุผลการคัดค้านมติคณะรัฐมนตรี ที่ต้องการแปลงสภาพของทีไอทีวีไปเป็นทีวีสาธารณะ ซึ่งตลอดเกือบ 2 ชั่วโมงที่ผมฟังมานั้น มีเรื่องที่เห็นด้วยเพียง 2 ประเด็นท่านั้น
ประเด็นแรกคือการที่รัฐบาลน่าจะทำทีวีเสรีและทีวีสาธารณะให้เกิดขึ้นพร้อมๆ กันไปเลยทีเดียว เพราะไหนๆ จะปฏิรูปแล้วก็ยกเครื่องกันใหม่ให้หมดดีกว่า ซึ่งช่อง 11 ก็ติดร่างแหไปด้วยว่าควรถูกปฏิรูปเสียที
ประเด็นนี้ผมเห็นด้วย แต่ถ้ามองในมุมรัฐบาล ก็สามารถมองได้เช่นกันครับว่า ไม่ว่าจะเลือกทำอย่างไหนก็โดนด่าทั้งขึ้นทั้งล่อง
หมายความว่าหากรัฐบาลเลือกทำทีละอย่าง โดยทำทีวีสาธารณะก่อนและตามด้วยทีวีเสรีในภายหลัง หรือปฏิรูปช่อง 11 ตามมา ก็ย่อมจะถูกเหน็บได้ว่านี่เป็นโอกาสในการทำงานของรัฐบาลแล้ว ไฉนจึงปล่อยโอกาสอันดีให้หลุดลอยไป หากไม่สร้างทีวีสาธารณะและทีวีเสรี หรือปฏิรูปช่อง 11 เสียตอนนี้ หากหมดวาระแล้วของรัฐบาลในอีก 6 เดือนข้างหน้า ก็คงจะไม่มีโอกาสอีกแล้วเป็นแน่แท้
แต่ถ้ารัฐบาลเลือกทำทีวีสาธารณะและทีวีเสรีไปพร้อมๆ [...]
Posted by: baramee on: วันอังคาร, 24 เมษายน, 2007
ดูข่าวช่วงนี้แล้วเบื่อเต็มกลืน นอกจากวิธีการนำเสนอข่าวที่ไม่มีอะไรใหม่แล้ว ยังมีเนื้อหาที่ซ้ำซากจำเจอีกต่างหาก
ความจำเจที่ว่าก็คือความคิดที่ย่ำอยู่กับที่ของสื่อบางสื่อเอง เรื่อยไปจนถึงความเน่าเฟะของเนื้อหาข่าวการเมืองทุกวันนี้
ทุกวินาทีที่ผ่านไป ยังมีข่าวอีกมากมายที่ไม่ได้ถูกนำเสนอ เพราะถูกเบียดแทรกจากข่าวที่ “ไร้สาระ” บางจำพวก และสื่อหลายสำนักก็ดูเหมือนจะเป็นลูกไล่ของ News Maker ระดับปรมาจารย์ในแวดวงการเมืองอีกด้วย
ประชาชนคนไทยอย่างผม จึงต้องก้มหน้ารับข่าวสารไปอย่างเสียไม่ได้ เพราะเปิดทีวีไปช่องไหน หมุนวิทยุไปคลื่นใด หรืออ่านหนังสือพิมพ์หัวที่เท่าไหร่ก็ตาม ก็มีแต่ข่าวที่ไม่ได้ประเทืองปัญญาแต่อย่างใด
ยกตัวอย่างเช่น ข่าว “ม็อบ” ที่ขณะนี้มีอยู่นับสิบๆ ม็อบ ทั้งม็อบพีทีวี ม็อบคนไม่เอาเผด็จการ ม็อบเกษตรกร ม็อบพระ ม็อบสตรีคลุมหน้า ม็อบคนรักทักษิณ ม็อบอะไรต่อมิอะไร ไปจนถึงม็อบแมงเม่าไอทีวี
คงไม่มีใครดูแคลน หากม็อบที่จัดตั้งขึ้นมามีรากฐานมาจากความเดือดร้อนหรืออุดมการณ์บริสุทธิ์ แต่หากม็อบใดที่จัดตั้งขึ้นเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว เพื่อพวกพ้องตัวเอง นั่นย่อมน่าละอายเสียยิ่งกว่าการถูกชี้หน้าด่าพ่อล่อแม่
และน่าเสียใจยิ่งกว่าที่สื่อให้เวลากับข่าวประเภทนี้ มากกว่าข่าวอันมีสาระอีกมากมาย ที่ถูกแย่งพื้นที่ไปจนไม่มีเหลือ
ผมขอยกตัวอย่างสัก 3 ม็อบ ที่ดูท่าแล้วชักจะไปกันใหญ่ และหาสาระอันใดมิได้ในการเสียเวลาติดตามข่าวจากสื่อต่างๆ
1. ม็อบพระ
2. ม็อบคนไม่เอาเผด็จการ (ประกอบด้วยหลายกลุ่ม)
3. ม็อบไอทีวี
อันดับแรก “ม็อบพระ” อาจดูมีสาระในสายตาหลายท่าน [...]
Posted by: baramee on: วันพฤหัส, 19 เมษายน, 2007
ชักจะไปกันใหญ่แล้วครับ เหตุการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ ใครลองได้อ่านหนังสือพิมพ์ ฟังวิทยุ ดูทีวีช่วงนี้ ไม่รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศ ผมว่าคนผู้นั้นคงจะไร้หัวจิตหัวใจพอดูทีเดียว
ปัญหาสารพัดที่รุมเร้าจนคนรับข่าวสารอย่างเราๆ ท่านๆ ยังอ่อนใจ นับประสาอะไรกับรัฐบาลที่ต้องคอยแก้ปัญหาบานตะไทไม่เว้นแต่ละวัน เห็นสภาพแล้วดูไม่จืดจริงๆ ครับ
วันที่ดูจะน่าหนักใจแบบนี้ ผมเหลือบไปเห็นหนังสือของท่านพุทธทาสเล่มหนึ่งบนตู้หนังสือ จึงอดไม่ได้ที่จะหยิบมาเปิดอ่านเสริมสร้างปัญญาเสียหน่อย
“บันทึก นึกได้เอง : ว่าด้วยชีวิต สังคม การเมือง สันติภาพ และหลักคิดสำคัญๆ”
หนังสือที่รวบรวมข้อเขียนของท่านพุทธทาส ที่จดบันทึกรายวันตามแต่ท่านจะจับประเด็นเรื่องใดได้ โดยท่านพุทธทาสจะจดความคิดนั้นไว้ตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสมุด เศษกระดาษ ซองจดหมาย ถุงใส่ของ ปฏิทินเก่า หรืออะไรก็ตามที่หยิบฉวยได้ในขณะนั้น และได้เก็บรวบรวมไว้ทุกวันในรอบปี พ.ศ. 2495
ผมพลิกไปที่วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 หัวข้อที่ท่านเขียนถึงในวันนั้นคือ…
“การเมืองคืออะไร?”
ผมขอคัดบางส่วนมาเล่าสู่กันฟังแล้วกันครับ
“การเมือง คือสิ่งที่ตั้งรากฐานอยู่บนความทะเยอทะยาน ในการอยู่เติบกินเติบ หรือความมัวเมาในความสุขทางเนื้อหนัง โดยปราศจากการนึกถึงโลกหน้า พระเป็นเจ้า และความตาย และมีอำนาจเป็นความถูกต้อง และประโยชน์ของตนเป็นความยุติธรรม…”
[...]
Posted by: baramee on: วันอังคาร, 17 เมษายน, 2007
การออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ให้มีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี ที่เป็นข่าวไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ยังสร้างความเคลือบแคลงให้ใครหลายคน โดยเฉพาะคนที่เคยขับไล่ระบอบทักษิณให้หมดไปจากประเทศไทย
กลุ่มพันธมิตรฯ อ้างว่าเหตุผลที่ออกมาเรียกร้อง ไม่ได้ต้องการไล่รัฐบาล เพียงแต่ต้องการ “เร่ง” ให้รัฐบาลและ คมช. สะสางปัญหาให้เร็วขึ้น เพราะที่ผ่านมาทำงานช้าเกินไป ไม่ทันใจ
ที่สำคัญ…ปัญหา 4 ข้อที่เป็นข้ออ้างในการรัฐประหาร ยังไม่เห็นผลสักข้อเดียว เพราะฉะนั้น 6 เดือนผ่านมาแล้ว กลุ่มพันธมิตรฯ จึงต้องการหานายกรัฐมนตรีคนใหม่มาทำหน้าที่แทน
ฟังแล้วก็ยอมรับว่า “ดูดี” เสียเต็มประดา ที่ออกมาขันน็อตรัฐบาลหลังจากที่ทำงานช้าในสายตาของคนส่วนใหญ่ แต่วิธีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีนั้น คงไม่ใช่ทางออกที่สมเหตุสมผลมากนักในเวลานี้
…เพียงเพราะรัฐบาลและ คมช. ต้องผ่านกระบวนการทำงานมากมาย
…เพียงเพราะกระบวนการทำงานเหล่านั้น ยังอยู่ในขั้นตอนต่างๆ เพื่อหวังผลสูงสุด
…เพียงเพราะรัฐบาลและ คมช. บอกว่า ขอเวลาแค่ปีเดียวก็จะไป
นั่นคงยังไม่เป็นที่พอใจของกลุ่มก้อนทางการเมืองกลุ่มนี้เท่าไรนัก
คำถามที่ประชาชนคนที่เคยศรัทธากลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อสมัยชุมนุมขับไล่ระบอบทักษิณ อยากจะถามนักถามหนาคือ จะสมเหตุสมผลกว่าหรือไม่ ที่การไล่นายกรัฐมนตรีน่าจะเกิดขึ้นหลังจากครบวาระของรัฐบาลไปแล้ว
หากถึงเวลาแล้วเขาไม่ไป จะยกพวกออกมาไล่ ออกมากดดัน ออกมาเรียกร้อง ออกมาเล่นงิ้ว ออกมาแต่งเพลง ออกมาทำอะไรต่อมิอะไรเหมือนที่ผ่านมา ก็คงไม่สายเกินไป ไม่ต้องตกอยู่ภายใต้ความเคลือบแคลงสงสัยอย่างที่เป็นอยู่ [...]
Posted by: baramee on: วันพฤหัส, 5 เมษายน, 2007
เย็นวันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ได้จัดเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง โดยเนื้อหาก็เป็นเรื่องเดิมๆ คือ เร่งให้ คมช. คืนอำนาจประชาธิปไตยให้ประชาชนโดยเร็ว และให้นำรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 กลับมาใช้ รวมทั้งให้จัดการเลือกตั้งทั่วไปภายใน 90 วัน
ส่วนวันเสาร์ที่ 7 เมษายน ช่วงเวลาเดียวกัน สถานที่เดียวกัน ก็จะมี 12 องค์กร นำโดยสมาพันธ์เพื่อประชาธิปไตย มาจัดชุมนุมปราศรัยอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยมีไฮไลท์ที่การเสวนาบนเวทีเพื่อประกาศท่าทีที่ชัดเจนว่า รัฐธรรมนูญปี 2540 ดีกว่ารัฐธรรมนูญฉบับประสงค์ สุ่นสิริ
12 องค์กรนี้ประกอบด้วย
1. สมาพันธ์ประชาธิปไตย
2. มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย
3. กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ
4. กลุ่มพลเมืองภิวัฒน์
5. กลุ่มเพื่อนรัฐธรรมนูญ 2540
6. พันธมิตรสหภาพแรงงานประชาธิปไตย
7. กลุ่มกรรมกรปฏิรูป
8. สมาพันธ์แนวร่วมประชาธิปไตยอีสาน
9. กลุ่มคนจนเมืองรักประชาธิปไตย
10. สมาพันธ์คนรักประเทศไทย
11. [...]
Posted by: baramee on: วันเสาร์, 31 มีนาคม, 2007
ติดตามข่าวการชุมนุมปราศรัยของผู้บริหารสถานีโทรทัศน์พีทีวี บริเวณลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานครเมื่อคืนวันศุกร์ ทำให้ผมรู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่ได้ยินเลยจริงๆ
ไม่ใช่เรื่องการโจมตี คมช. หรือรัฐบาล แต่คือการตั้งโต๊ะล่ารายชื่อเพื่อถวายฎีกาถอดถอน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ออกจากตำแหน่งประธานองคมนตรี โดยกลุ่มผู้ที่ไม่พอใจการรัฐประหาร
ผมเพิ่งจะเขียนถึงประเด็น “องคมนตรี” ไปเมื่อ 2-3 วันก่อนว่า ตำแหน่งองคมนตรีนั้นมี “ที่มา” อย่างไร และสุดท้ายจะมี “ที่ไป” อย่างไร
ไม่อยากจะฉายหนังซ้ำครับ แนะนำให้ไปอ่านที่บทความเรื่อง “คำถามที่หมิ่นเหม่” เมื่ออ่านแล้ว มาดูสิ่งที่ผมอยากจะเพิ่มเติมในที่นี้ ซึ่งผมได้ย่อยข้อมูลบางส่วนมาจากหนังสือ “พระราชอำนาจ” ของคุณประมวล รุจนเสรี ครับ
ตามรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมา รวมถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 12, 13, และ 16 ได้กล่าวถึงพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการเลือก แต่งตั้ง และถอดถอนองคมนตรีเอาไว้ชัดเจน และในรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ก้าวล่วงไปถึงขั้นตอนการใช้พระราชอำนาจของพระองค์ เนื่องจากเว้นไว้ให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัยอย่างแท้จริง
และเนื่องจากพระราชสถานะของพระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง พระองค์จะไม่ทรงกระทำการเมืองด้วยพระองค์เอง แต่จะใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นอำนาจทางการเมืองที่สูงที่สุดผ่านสถาบันทั้งสาม คือ อำนาจนิติบัญญัติใช้ผ่านรัฐสภา อำนาจบริหารผ่านคณะรัฐมนตรี และอำนาจตุลาการผ่านศาล แม้จะเกิดความผิดพลาดประการใดขึ้นมา ก็ไม่ถือว่าพระองค์ทรงกระทำผิด [...]
Posted by: baramee on: วันอังคาร, 27 มีนาคม, 2007
วันนี้ไปยืนเลือกหนังสือบนแผงตามปกติ ก็เหลือบไปเห็นนิตยสาร way ซึ่งมี “อธิคม คุณาวุฒิ” ศิษย์เก่าเนชั่นเป็นบรรณาธิการ
ผมพลิกไปพลิกมาก็พบคอลัมน์ของ “อ.เจษฎ์ โทณะวณิก” เข้าให้ ชื่อคอลัมน์ว่า “ปมกฎหมาย” ที่ออกแนวคำถามคำตอบในประเด็นกฎหมายน่ารู้
คำถามของฉบับนี้ อ่านแล้วน่าขนลุกครับ เพราะผู้ถามถาม อ.เจษฎ์ ว่า…
“เราควรจะมี ‘องคมนตรี’ อยู่หรือไม่”
“องคมนตรีควรจะถูกตรวจสอบจากสังคมหรือไม่”
ถ้าบ้านเมืองอยู่ในสภาวะปกติ สองคำถามนี้คงเป็นคำถามที่หมิ่นเหม่และสุ่มเสี่ยงพอสมควร และยิ่งในสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ คำถามดังกล่าวกลับต้องใช้วิจารณญาณในการทำความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
เพราะคำตอบของคำถามนี้ มิใช่สิ่งที่ประชาชนจะรู้ไม่ได้ แต่ประเด็นคือ “ควรรู้แค่ไหนและอย่างไร” แม้กระทั่ง อ.เจษฎ์ ก็ขอเว้นวรรค เลี่ยงที่จะตอบ 100% โดยทิ้งบางช่วงบางตอนเอาไว้ให้คนอ่านไปคิดเอาเอง พร้อมย้ำด้วยว่าองคมนตรีไม่ได้อยู่ในฐานะที่เป็นเพียงองค์กรหนึ่งเท่านั้น หากแต่เป็นถึง “ที่ปรึกษาขององค์พระมหากษัตริย์” ด้วย
อ.เจษฎ์ อธิบายถึงความเป็นมาของตำแหน่งองคมนตรี ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยสมัยนั้นเรียกตำแหน่งนี้ว่า “พรีวีเคาน์ซิล” หรือ “พรีวีเคาน์ซิลเลอร์” ซึ่งพระองค์จะทรงแต่งตั้งใครก็แล้วแต่ ล้วนเป็นไปตามพระราชประสงค์ และผู้นั้นจะอยู่ในตำแหน่งไปจนสิ้นแผ่นดิน
ในปัจจุบัน ตำแหน่งนี้ถูกเรียกว่า [...]
Posted by: baramee on: วันอาทิตย์, 25 มีนาคม, 2007
วันว่างๆ อย่างนี้ พอจะมีเวลานั่งทบทวนเหตุการณ์บ้านเมืองในช่วงนี้ ก็ให้รู้สึกว่าการเกิดเป็นคนไทยมีความลำบากอยู่พอสมควร คิดไปคิดมา มันเป็นเวรกรรมอะไรของคนไทยหนอ ถึงมีเรื่องราวที่บั่นทอนจิตใจได้มากมายเหลือเกิน
มีอยู่ 10 เรื่องครับที่ผมถือว่าเป็นเวรกรรมของคนไทย ที่อาจติดตัวมาแต่ชาติปางก่อน และคิดว่ามันคงจะติดตัวต่อไปอีกหลายภพชาติด้วยเช่นกัน
1. คนไทยมีความทรงจำเป็นเลิศ ดูเหมือนเป็นเวรกรรมที่น่ายินดี แต่บางครั้งกลับเป็นเรื่องน่าเศร้า และไม่มีหลักเกณฑ์ใดบ่งชี้ว่าคนไทยเลือกที่จะจำอะไรหรือไม่จำอะไร
มันคงเป็นเวรกรรมจริงๆ นั่นแหละ ที่การปฏิวัติรัฐประหารแทบทุกครั้ง ทหารมักจะสืบทอดอำนาจในการบริหารประเทศ และที่คนไทยยอมไม่ได้ครั้งล่าสุดก็คือเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ จนทำให้คนไทยเข็ดขยาดทหารไปนาน
จริงอยู่ที่ประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอย แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่คนหรือประเทศจะพัฒนาไปได้ ย่อมต้องรู้จักเรียนรู้ความผิดพลาดในอดีต และไม่คิดจะย่ำรอยเท้าเดิมที่เคยมีคนเหยียบย่ำไว้แล้วลื่นล้มลง หาก คมช. ฉลาดพอ ย่อมไม่ริเลียนแบบรุ่นพี่ มิฉะนั้นอาจมีจุดจบไม่ต่างกัน
แต่โดยส่วนตัวผมเชื่อว่า คมช. จะสืบทอดอำนาจ เนื่องจากเขาย่อมต้องป้องกันการถูกเช็คบิลจากขั้วอำนาจเก่า แต่การสืบทอดอำนาจจะไม่มากจนน่าเกลียด เพราะถ้า คมช. ไม่โง่จนเกินไป ย่อมรู้ว่าการตะกละตะกลามจนเกินเหตุ จะทำให้ประชาชนลุกขึ้นต่อต้านแน่นอน
และนี่คงเป็นเวรกรรมของทหาร ที่รุ่นพี่ได้ทำเสียชื่อเอาไว้ และคงเป็นเวรกรรมของผมที่โดนสื่อกรอกหูทุกวันในประเด็นเดิมๆ ถามจนเอียนกันไปข้างหนึ่ง เพราะสื่อทึกทักไปก่อนแล้วว่า…ถ้าแม่มันเลว ลูกก็คงเลวเหมือนแม่มัน
2. แต่บางครั้งคนไทยก็สมองเสื่อม เพราะคนดีๆ เรามักไม่จำว่าความดีของเขานั้นคืออะไร แต่เรากลับอยากได้คนเก่งมาชี้นำ แม้เขาจะเลวบ้างก็ตาม
ตรรกะง่ายๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็คือ คนดีมักจืดชืด [...]
What People Said